“สมุทรปราการ In Frame” CrossCutting Journey

“สมุทรปราการ In Frame” CrossCutting Journey

“สมุทรปราการ In Frame” CrossCutting Journey

10theme-web-08

จ.สมุทรปราการ

ทีม CrossCutting Journey

แม้คนเราจะไม่สามารถโบยบินได้เหมือนดั่งนก แต่เราทุกคนก็มีอิสระเพียงพอที่จะออกเดินทางไปได้ทุกหนแห่งตามที่ใจปรารถนา จนเมื่อโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ความอิสระในการออกเดินทาง ไม่ว่าใกล้หรือไกล ต้องถูกล็อกเก็บไว้ที่บ้านพร้อมกับตัวเรา ทั้งนี้ ก็เพื่อสุขภาพของเราทุกคน

อย่างไรก็ดี แม้การกักตัวอยู่บ้านจะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดได้ดี แต่ต้องยอมรับว่าทั้งร่างกายและหัวใจของเรานั้น ต้องการแรงพลังที่จะสูบฉีดจุดประกายให้ชีวิตได้ขับเคลื่อนต่อไป และการได้ออกเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ พบเจอผู้คน และเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ก็คือสิ่งที่เราโหยหา และด้วยสถานการณ์ที่เริ่มผ่อนคลายลง รวมถึงมาตรการปลดล็อกของภาครัฐ ก็ช่วยให้เรามีความมั่นใจที่จะออกเดินทางกันอีกครั้ง

แม้จะเป็นการออกเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบ New Normal หรือ ความปกติใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่าง การใส่หน้ากากอนามัย การพกเจลแอกอฮอล์ล้างมือ หรือการทำตามกฏและคำแนะนำของแต่ละสถานที่ ซึ่งเราก็เต็มใจ เพราะมองเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อได้กลับไปเห็นโลกที่แข็งแรงขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น

แต่สิ่งสำคัญที่เราจะขาดไม่ได้เลย สำหรับทุกทริปที่ได้ออกเดินทาง นั่นคือ กล้องคู่ใจ  ที่จะช่วยเราเก็บบันทึกเรื่องราวและความทรงจำ ในทุกๆ โมเมนต์ของการเดินทาง ยิ่งเป็นการเดินทางในยุคใหม่แบบนี้ ยิ่งอยากเก็บบันทึกภาพไว้เป็นประวัติศาสตร์ส่วนตัว และในทริปนี้ใช้กล้อง Canon RP ติดเลนส์ 24-105mm F4 และ 35mm F1.8 ไปใช้ ถ่ายทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอสบายๆ

Cameraismylife-CrossCutting-01

และถ้าพูดถึงจังหวัดที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ และสถานที่ซึ่งมีความสำคัญมากมายเคียงคู่กับทุกยุคสมัยของประเทศไทย แถมยังอยู่ใกล้กรุงเทพขนาดนี้ ก็ต้องนึกถึง “จังหวัดสมุทรปราการ” หรือ เมืองหน้าด่านปากแม่น้ำเจ้าพระยานี่แหละ การเดินทางมาท่องเที่ยวที่สมุทรปราการนั้นสะดวกมาก จากกรุงเทพสามารถเดินทางมาได้ทั้ง ทางเรือ ทางรถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือจะเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวแบบพวกเราก็ได้

ทริปนี้พวกเรามีเวลา 3 วัน 2 คืน สำหรับการท่องเที่ยวถ่ายภาพในเมืองปากน้ำแห่งนี้ โดยทริปที่ออกแบบมา ก็ตั้งใจจะเที่ยวให้ครอบคลุม ทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะวัตนธรรม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ และธรรมชาติที่สวยงาม โอเค ถ้าพร้อมแล้ว ก็ออกเดินทางด้วยกันเลย

Cameraismylife-CrossCutting-02

Day 1 :
ภูมิทัศน์แห่งประวัติศาสตร์: The Landscape of History
ทริปนี้พวกเราออกไปรับรถเช่าของบริษัท Avis ที่สนามบินดอนเมือง ได้รถแล้วก็ออกเดินทางจากกรุงเทพช่วงสายๆ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึงสมุทรปราการ การเดินทางไปจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลบ้าน มันก็สะดวกแบบนี้แหละ

Cameraismylife-CrossCutting-03

สถานที่แรกในเมืองปากน้ำของพวกเราคือ “เมืองโบราณ” พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก!! ซึ่งมีสโลแกนสุดเท่ว่า เที่ยวไทยได้…ในที่เดียว (Wonders of Thailand)

Cameraismylife-CrossCutting-04

แม้จะเคยได้ยินชื่อมานาน แต่นับเป็นครั้งแรกที่ได้มาเยือน เมื่อได้มาถึงก็รู้สึกทึ่งในแนวคิดการสร้างเมืองโบราณของคุณเล็ก และคุณประไพ วิริยะพันธุ์ ตั้งแต่การวางลักษณะแผนผังพื้นที่กว่า 800 ไร่ ให้มีความคล้ายคลึงกับแผนที่ประเทศไทย โดยแบ่งสัดส่วนพื้นที่เป็น 4 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ แล้วสร้างสถาปัตยกรรมจำลอง โดยมีบางสถาปัตยกรรมที่ได้นำมาจากสถานที่จริง มาปลูกสร้างไว้บนพื้นที่เหล่านั้น ให้สอดคล้องคล้ายคลึงกับสถานที่ต้นแบบได้อย่างอลังการมาก

Cameraismylife-CrossCutting-05

ในฐานะที่เป็นผู้รักการถ่ายภาพ ต้องบอกเลยว่าแทบจะวางกล้องไม่ลงเลย เพราะทุกจุดที่ได้เยี่ยมชมนั้น มีความงดงามเชิงศิลปสถาปัตกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความปราณีตและใส่ใจในรายละเอียดของผู้สร้างเป็นอย่างมาก

บริเวณภายในก็ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้และแม่น้ำ ซึ่งสร้างบรรยากาศร่มรื่น ผ่อนคลาย สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ได้ ทั้งแบบนั่งรถรางที่มีบริการด้านหน้า หรือจะปั่นจักรยานชิลๆ ก็ได้ แต่ถ้าจะเดินก็เพลินอยู่ ห่วงอย่างเดียวจะเดินไปไม่ทั่วน่ะสิ ก็พื้นที่เมืองโบราณทั้งกว้างใหญ่ และมีจุดสำคัญเยอะแยะไปหมดเลย

Cameraismylife-CrossCutting-06

แต่ถ้าใครมีเวลาจำกัดก็อยากจะขออนุญาตแนะนำจุดสำคัญ สำหรับเช็คอิน ถ่ายภาพในเมืองโบราณก็คือ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาทจำลอง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ศาลาพระอรหันต์ ศาลารามเกียรติ์ เขาพระสุเมรุ  ป่าเจดีย์ วิหารล้านช้างและหอไตร หอพระก้ว สุโขทัย หอวัดเชียงของ วัดจองคำ พระบรมธาตุ พระบรมธาตุไชยยา และอื่นๆ อีกมากมาย

Cameraismylife-CrossCutting-07

คุณค่าของเมืองโบราณ ไม่ได้อยู่ที่การเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนสนุกสนานเท่านั้น หากแต่คุณค่าของเมืองโบราณ คือการส่งต่อและสืบสาน สนับสนุนให้สถานที่ที่พิเศษแห่งนี้

กลายเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างยั่งยืนสืบต่อไป

Cameraismylife-CrossCutting-08

แสงเย็นในวันฟ้าครึ้ม:  Golden hour on a cloudy day

ช่วงบ่ายคล้อย แดดร่มลมตกพวกเราออกจากเมืองโบราณ ออกเดินทางต่อไปฝั่งทะเล ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน พื้นที่บางปูเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ ที่หลายคนชื่นชอบมาพักผ่อน รับลมชมวิวทะเล

โดยเป็นพื้นที่ปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย จึงมีจุดชมวิวริมชายฝั่งหลายแห่ง จึงมีร้านอาหาร ร้านกาแฟตั้งอยู่แถบปากอ่าวหลายร้าน และหนึ่งในนั้นคือ “ร้าน Afternoon บางปู” ร้านที่เรามาแวะพักเติมพลังกันก่อนจะไปดูแสงเย็น ช่วงบ่ายแก่ๆ แบบนี้ ถ้าให้ไม่อยากเติมกาแฟ

ก็ขอแนะนำ ฟรุตพั๊นซ์และไอศกรีมนิวยอร์คชีสเค้ก กินแล้วสดชื่นเลย

Cameraismylife-CrossCutting-09

อิ่มท้องแล้วก็ออกเดินทางต่อ ไปกันที่ “สถานตากอากาศบางปู” ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล แต่พอแหงนหน้ามองฟ้าเห็นเมฆครึ้ม ก็ต้องลุ้นในใจว่าจะได้เห็นแสงสีทองของพระอาทิตย์ยามเย็นหรือเปล่า งั้นรีบไปต่อเลยดีกว่า

Cameraismylife-CrossCutting-10

สถานตากอากาศบางปู เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศฝั่งชายทะเลอ่าวไทย ที่ได้รับการก่อสร้างในยุคสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี หรือกว่า 80 ปีที่แล้ว

Cameraismylife-CrossCutting-11

จุดชมวิวที่สวยที่สุดอยู่บน “สะพานสุขตา” ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากมาเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือมาถ่ายรูปเล่น ยิ่งถ้าตอนเย็นในวันที่ท้องฟ้าเปิด จะเห็นแสงอาทิตย์สีทองบนท้องฟ้าสะท้อนกับผิวน้ำเบื้องล่าง พร้อมทั้งเหล่านกกระยางที่ยืนโพสต์ท่าเป็นแบบให้ถ่ายภาพ

Cameraismylife-CrossCutting-12

และยิ่งถ้าเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนไปถึงเมษายนของทุกปี จะได้เห็นฝูงนกนางนวลที่บินอพยพหนีหนาวมาจากไซบีเรีย มองโกเลีย และจีน มาอยู่แถวบางปูเป็นจำนวนมาก ยิ่งทำให้ทัศนียภาพสวยงาม ผู้คนท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงจึงพากันมาเที่ยวพักผ่อน รวมทั้งมาถ่ายภาพกันมากมาย

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ในวันที่เรามาจะเป็นวันฟ้าครึ้ม แต่ก็ยังได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ยังได้ตั้งกล้องเก็บภาพประทับใจให้เป็นความทรงจำดีๆ และตั้งใจว่าปลายปีจะกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง

ฝนตั้งเคล้ามาแล้ว เย็นนี้ต้องรีบไปเช็คอินเข้าที่พักกันก่อน ซึ่งได้จองเอาไว้ที่ “ริมขอบฟ้า เออร์เบิน รีสอร์ท” อยู่ติดกับเมืองโบราณเลย เดินทางท่องเที่ยวมาเหนื่อยๆ กลับมาได้เข้าพักในห้องโรงแรมที่กว้างขว้างสะดวกสบาย ก็จะทำให้หายเหนื่อย ฟื้นพลังเอาไว้ลุยกันต่อสำหรับโปรแกรมวันพรุ่งนี้

Cameraismylife-CrossCutting-13

Day 2 :

สีสันของตลาด 100 ปี: Colors of 100 years market
วันนี้พวกเราออกจากที่พักกันแต่เช้า เพราะโปรแกรมวันนี้ตั้งใจจะไปเที่ยว 3 แห่งที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการนี่เอง

โดยช่วงเช้านี้พวกเราจะออกเดินทางไปเขตอำเภอบางบ่อ เป็นที่ตั้งของ “ตลาดคลองสวน 100 ปี” ฝั่งสมุทรปราการ ตลาดเก่าแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กับ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพียงแค่เดินข้ามสะพานไม้

ตลาดคลองสวน เป็นตลาดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ในอดีตเป็นศูนย์รวมของการติดต่อทำมาค้าขายแลกเปลี่ยนของชาวบ้านมาตั้งแต่สมัย 100 ปีที่ผ่านมา โดยใช้เรือเป็นยานพาหนะหลักในการติดต่อทำมาค้าขาย

Cameraismylife-CrossCutting-14

นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์รวมของชุมชนที่ผสมผสานกันระหว่างทั้งชาวไทยจีน ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม ที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและเรียบง่ายตั้งแต่อดีตจนเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ภายในตลาดเป็นห้องแถวไม้ที่ตั้งเรียงรายบนทางเดินที่ติดริมน้ำ มีของขายหลากหลาย และมีขนมสูตรโบราณดั่งเดิมให้ได้เลือกชิมเลือกซื้อตลอดทาง นอกจากนี้จุดสำคัญภายในตลาดคือสะพานไม้ยกสูงเก่าแก่ ที่ตั้งอยู่กลางตลาด นั่นคือ “สะพานอัศวาณิชย์” ซึ่งถึงจะสูงชันและโยกเยกอยู่บ้าง แต่ถ้ามาถึงแล้วก็ต้องเดินขึ้นไปดูวิวจากบนสะพานกันหน่อย รับรองว่าจะเห็นทิวทัศน์ของตลาดและรูปแบบวิถึชีวิตของชาวบ้านบริเวณนี้ได้แจ่มชัดขึ้น แต่อย่างไรก็ระมัดระวัง เดินขึ้นลงกันเบาๆ นะ

Cameraismylife-CrossCutting-15

ซึ่งชาวชุมชนก็ช่วยกันอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนและวิถีชีวิต เพื่อส่งเสริมให้ตลาดคลองสวนเป็นแห่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้พบเห็นและเรียนรู้วิถีชีวิตและสิ่งปลูกสร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ยังคงสัมผัสได้ และนี่คือสีสันของตลาด 100 ปี แห่งนี้

ประวัติศาสตร์ผ่านเลนส์: History through the lens
จากตลาดคลองสวนที่อำเภอบางบ่อ พวกเราขับรถต่อไปยังอำเภอพระสมุทรเจดีย์ โดยมีจุดหมายที่ “ป้อมพระจุลจอมเกล้า” และ “ป้อมผีเสื้อสมุทร” ป้อมปราการปากน้ำเจ้าพระยาที่มีความสำคัญต่อคนไทยทุกคน โดยป้อมทั้งสองได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศในคราวที่เรือรบฝรั่งเศส ล่วงล้ำฝ่าปากน้ำเจ้าพระยาเข้ามาหมายจะบุกถึงกรุงเทพมหานคร

โดยป้อมพระจุลและป้อมผีเสื้อสมุทร ได้ทำหน้าที่สุดกำลังเพื่อยับยั้งไม่ให้เรือรบฝรั่งเศสบุกเข้ามาได้ และแม้วิกฤตการณ์ครั้งนั้นจะจบลงด้วยการที่ไทยต้องเสียดินแดน 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดให้ฝรั่งเศสไป แต่ก็สามารถรักษาแผ่นดินส่วนใหญ่และเอกราชไว้ได้

Cameraismylife-CrossCutting-16

“ป้อมพระจุลจอมเกล้า” หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “ป้อมพระจุล” ตั้งอยู่ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

ป้อมปราการแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2427 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 5) เพื่อป้องกันการรุกรานจากการล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส

สำหรับสิ่งที่น่าสนใจในการมาเยี่ยมชมป้อมพระจุลจอมเกล้า นั้นคือ ปืนเสือหมอบหรือปืนหลุม ซึ่งได้ติดตั้งที่ป้อมพระจุลจำนวน 7 กระบอก และชมเรือหลวงแม่กลอง ซึ่งเป็นเรือรบที่ประจำการยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทย และเป็นเรือรบที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยขึ้นระวางประจำการเมื่อ พ.ศ. 2480 และปลดระวางประจำการเมื่อ พ.ศ. 2539 รวมระยะเวลาประจำการ 59 ปี

Cameraismylife-CrossCutting-17

จากป้อมพระจุลขับรถต่อไปประมาณไม่ถึง 20 นาที ก็จะไปถึงจุดจอดรถตรงสะพานพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเราสามารถเดินข้ามสะพานไปถึงที่ป้อมผีเสื้อสมุทรได้

ป้อมผีเสื้อสมุทรป้อมปราการบนเกาะกลางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 แต่ได้รับการปรับปรุงในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงดำริให้สร้างกำแพงปีกกาขยายออกทั้งสองด้าน จึงมีลักษณะคล้ายผีเสื้อ และเป็นที่มาของชื่อป้อมผีเสื้อสมุทรนั่นเอง

Cameraismylife-CrossCutting-18

ต่อมาในวิกฤตการณ์ รศ. 112 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ป้อมผีเสื้อสมุทรมีบทบาทสำคัญในการร่วมป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยจากเรือรบฝรั่งเศสเคียงข้างกับป้อมพระจุลจอมเกล้า

บริเวณป้อมผีเสื้อสมุทรมีสิ่งที่น่าสนใจหลายจุด เริ่มตั้นแต่สะพานแขวนทอดยาวข้ามฝั่งมายังป้อมผีเสื้อสมุทร มาถึงเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน กำแพงป้อมโบราณ ปืนเสือหมอบ ประตูป้อมโบราณ และสะพานชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

Cameraismylife-CrossCutting-19

นอกจากนี้บริเวณใกล้กันยังมี “พระสมุทรเจดีย์” ปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งประจำจังหวัดสมุทรปราการ โดยชาวเมืองเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พระเจดีย์กลางน้ำ” ตามสภาพเดิมที่ตั้งอยู่บนเกาะมีน้ำล้อมรอบ แต่ภายหลังแม่น้ำตื้นเขินขึ้นจนเป็นแผ่นดินเชื่อมติดกัน และก่อนที่จะเป็นพระสมุทรเจดีย์ที่เราเห็นกันในทุกวันนี้นั้น มีประวัติการก่อสร้างและบูรณะกว่าจะแล้วเสร็จใช้เวลาถึง 3 รัชกาล

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์ที่เกาะหาดทรายท้ายป้อมผีเสื้อสมุทร และเฉลิมพระนามว่า “พระสมุทรเจดีย์” ทว่าเสด็จสวรรคตเสียก่อนจะแล้วเสร็จ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงโปรดเกล้าฯให้ดำเนินการก่อสร้างต่อจนเสร็จสิ้น แต่เกิดมีมารศาสนาปีนขึ้นไปบนพระเจดีย์แล้วเจาะขโมยเอาพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุไว้ออกไป ในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างองค์พระเจดีย์ที่ใหญ่และสูงขึ้นไปครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้ เพื่อไม่ให้มีใครปีนขึ้นไปได้อีก ที่สุดแล้วจึงเป็นที่มาของพระสมุทรเจดีย์องค์ที่เห็นเด่นชัดอยู่จนปัจจุบันนี้

Cameraismylife-CrossCutting-20

Day 3 :

ภาพบันทึกสีเขียว: Snapshot of greenery
เช้านี้เช็คเอาท์จากโรงแรมแล้วออกเดินทางท่องเที่ยวในสมุทรปราการ ก่อนที่มุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ การออกมาเที่ยว 3 วัน 2 คืน ในจังหวัดที่อยู่ใกล้บ้านขนาดนี้ บางทีอาจเป็นเรื่องที่มองข้ามไป แต่เมื่อได้มาสัมผัสจริงๆ ก็เข้าใจเลยว่า เมืองไทยของเรายังมีอีกหลายสถานที่ หลายเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้ และถ้าเราไม่ได้มาสัมผัสจริงๆ เราก็อาจจะพลาดสิ่งดีๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเราไป

วันนี้โปรแกรมที่วางไว้เป็นกิจกรรมสบายๆ นั้นคือการไปเดินเล่น ไปปั่นจักรยาน ผ่อนคลายและสูดอากาศดีๆ ในโอเอซิสกลางกรุงฯ ที่ “คุ้งบางกะเจ้า”

Cameraismylife-CrossCutting-21

บางกะเจ้า คือ พื้นที่สีเขียวมีลักษณะเป็นเกาะอยู่บริเวณโค้งน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้ามองจากมุมสูงลงมาจะเห็นเป็นรูปร่างคล้ายกระเพาะหมู ด้วยความที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและพันธุ์ไม้ต่างๆ จากนิตยสารไทม์เอเชีย (Time Asia) ฉบับ Best of Asia ในปี พ.ศ. 2549 ได้ยกย่องให้   บางกะเจ้าเป็นปอดกลางเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย และถูกขนานนามว่า “ปอดกรุงเทพฯ” ซึ่งทำหน้าที่ฟอกอากาศให้กับพื้นที่กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียง

พวกเราเริ่มต้นการสำรวจพื้นที่บางกะเจ้าด้วยการเดินเท้า หลังจากที่มาถึง พวกเราก็เอารถไปจอดไว้ที่วัดบางน้ำผึ้งนอก แล้วเดินไปตามทางเดินเลียบแม่น้ำ จริงๆ จะเช่าจักรยานปั่นไปก็ได้ แต่พวกเราขอเก็บไว้ก่อน อยากเดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ตลาดทางเดินนั้นร่มรื่น เดินแป๊บเดียวก็ถึงร้าน “Bangkok Tree House” แวะไปสั่งกาแฟแล้วก็แชะภาพสักหน่อย

Cameraismylife-CrossCutting-22

จาก Bangkok Tree House พวกเราเดินชมวิถีรอบเกาะต่อไปอีกฝั่งนึง เพื่อจะไปที่ร้าน “Hidden Wood” ระหว่างทางมีเกสต์เฮาส์ที่พัก และร้านกาแฟ อยู่สลับกับบ้านเรือนของชาวบ้านที่มีการทำสวน ดูเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายดี ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ข้ามแม่น้ำมา เราก็สามารถพาตัวเองออกจากความวุ่นวายกับชีวิตในกรุงเทพฯ มาปลีกวิเวกได้แบบนี้

Cameraismylife-CrossCutting-23

จากโซนริมแม่น้ำ พวกเราไปต่อกันที่ “สวนศรีนครเขื่อนขันธ์” เป็นสวนสาธารณะที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน ปั่นจักรยาน สูดอากาศบริสุทธิ์ โดยภายในสวนจะมีเส้นทางปั่นจักรยานวนรอบเป็นวงกลม ซึ่งเราสามารถขับรถมาจอดหน้าสวน แล้วเช่าจักรยานจากร้านที่อยู่ด้านหน้าสวนได้เลย แม้จะเป็นช่วงบ่ายที่แดดอาจแรงไปบ้าง แต่ตลอดเส้นท่างปั่นจักรยานก็มีร่มไม้ให้หลบแดดได้ แต่ช่วงเวลาที่แนะนำจริงๆ คงต้องเป็นช่วงเช้าไปถึง 10 โมง หรือไม่ก็มาช่วงบ่ายคล้อยหน่อย ไม่งั้นร้อนไปอาจปั่นไม่สนุกก็ได้นะ

Cameraismylife-CrossCutting-24

จุดที่เป็นไฮไลท์แนะนำสำหรับการถ่ายภาพคือ หอดูนก ซึ่งเป็นการถ่ายภาพจากมุมสูงลงมาได้ภาพเก๋ๆ เลย และถ้าปั่นไปแล้วเกิดกระหายน้ำ ก็ขอแนะนำ ให้แวะไปนั่งพักที่ร้านน้ำมะพร้าวปั่นบ้านลูกบัวกันให้สดชื่นก่อนแล้วค่อยปั่นกันต่อ

Cameraismylife-CrossCutting-25

สมุทรปราการที่มองเห็น: The view of Samut Prakan
จากสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พวกเราขับรถย้อนไปที่เขตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ เพื่อจะไปเก็บภาพไฟกลางคืนที่แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมืองสมุทรปราการนั้นคือ “หอชมเมืองสมุทรปราการ”

สำหรับข้อมูลคร่าวๆของหอชมเมืองสมุทรปราการนั้น สร้างขึ้นบนเนื้อที่ 13 ไร่ มีความสูงประมาณ 179 เมตร เป็นแหล่งเรียนรู้โดยตั้งชื่อเป็น อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย โดยชั้นบนสุดเป็นหอคอยสำหรับชมทัศนียภาพของเมืองสมุทรปราการ ซึ่งสามารถชมวิวได้รอบถึง 360 องศา

Cameraismylife-CrossCutting-26

น่าเสียดายในช่วงที่เราไป หอชมเมืองฯ อยู่ในช่วงปิดปรับปรุง จึงไม่สามารถเข้าชมได้ ทำได้แค่หามุมถ่ายรูปสวยๆ ซึ่งจุดที่พวกเราไปเก็บภาพคือ บริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าโรงเรียนนายเรือ พอเห็นแล้วก็รู้สึกว่าเป็นแลนด์มาร์กที่สวยงามให้อารมณ์เหมือนต่างประเทศได้เหมือนกันนะเนี่ยะ ทริปนี้เก็บบันทึกภาพได้เยอะพอสมควร แต่ก็รู้สึกว่ายังมีสถานที่และเรื่องราวอีกมากมายในสมุทรปราการ ที่เราอยากค้นหา แน่นอนว่าหากมีโอกาสต่อไป เราจะต้องกลับมาเยือนเมืองปากน้ำเพื่อเก็บภาพสวยๆ อีกครั้งแน่นอน

Cameraismylife-CrossCutting-27