ประจวบคีรีขันธ์ ในมุมที่คนไม่ค่อยพูดถึง

ประจวบคีรีขันธ์ ในมุมที่คนไม่ค่อยพูดถึง

ประจวบคีรีขันธ์ ในมุมที่คนไม่ค่อยพูดถึง

10theme-web-08

จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทีมแบกเป้แอ่วทั่วไทย

เมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา เพจแบกเป้เท่ทั่วโลก และ เพจไปเต๊อะไปแอ่ว ได้ไปเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับโครงการ “Amazing ไทยเท่ Compettition 2020 “ ในสไตล์ “ Camera is my life “ แน่นอน ชื่อก็บอกอยู่ว่า เป็นสไตล์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพแน่ๆ  และ สิ่งที่ท้าทายอีกอย่างคือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 3วัน2คืน หากพูดถึงจังหวัดนี้ ไม่ว่าผมหรือใครก็คงคิดถึง แค่ หัวหิน ปราณบุรี หรือ อย่างน้อยก็ กุยบุรี ใช่มั้ย แต่การไปครั้งนี้ ผมได้ไปจัดหาสถานที่สวยๆ แปลกๆใหม่ๆ ที่หลายๆคนอาจมองข้ามไปก็เป็นได้ สถานที่แต่ละที่จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันได้ครับ

วันแรก

เราออกจาก กทม ตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะขับรถไปให้ทันถึง “อ่าวประจวบ” หรือ “เขาช่องกระจก” ให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อเก็บบรรยากาศแสงเช้า สวยๆ ที่นั้น

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-01
Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-02

หากพอมีเวลา และ กำลังขา แนะนำให้ปีนขึ้นไป ที่ “วัดเขาช่องกระจก” เพื่อถ่าย วิวเมืองประจวบ และ วิวอ่าวประจวบฯ ในยามเช้า ตรงจุดนี้ สิ่งที่ต้องระวังนิดนึงคือ บรรดาเจ้าถิ่น คือฝูงลิง ที่มักจะเข้ามาแอบหยิบของของเราไปได้ ซึ่งครั้งนี้ ผมและ น้องอีกเพจ ได้รับการสนับสนุน กล้อง canon RP จาก บริษัท แคนนอน ประเทศไทย มาให้ทดลองใช้ในทริปนี้ด้วย ข้าวของเลย พะรุงพะรัง นิดนึง แต่ก็รอดกลับลงมาอย่างปลอดภัย

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-03
Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-04

ถ้าโชคดี เราจะพบกับ ทะเลหมอกบนยอดเขาตะนาวศรี แบบอลังการงานสร้างมาก

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-05

ในช่วงสายๆ ลองแวะ เข้าไปใน “กองบิน 5” เพื่อไปชมบรรยากาศ ของ “อ่าวมะนาว” ที่เงียบสงบ และสวยงาม

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-06

หลังจากนั้น ขับรถต่อลงมาอีกหน่อย กด google map ว่าไป “ป่าสนเหมืองแร่” เพื่อที่จะไปถ่ายภาพต้นสน ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นสองข้างทาง เรียงรายสวยงาม

DCIM101MEDIADJI_0022.JPG
Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-08

ช่วงบ่ายหลังจาก หาทานมื้อเที่ยงกันแล้ว ก็ขับรถไหปต่อยัง “อ่าวบ่อทองหลาง” ซึ่งเป็นอ่าวที่ว่ากันว่า เป็นทะเลแหวก ของประจวบคีรีขันธ์ มีหาดทรายขาวสวยงาม น้ำทะเลสวยใส โค้งเว้าไปกับรูปทรงของอ่าวแห่งนี้ ความสวยงาม คือ ชายหาดที่นี่ จะเว้าเป็นรูปวงพระจันทร์ สามอ่าว อยู่ติดกัน ซึ่งจะสามารถมองเห็นในมุมสูง

DCIM101MEDIADJI_0034.JPG
DCIM101MEDIADJI_0051.JPG

ที่นี่มีบริการ อาหารและเครื่องดื่ม ริมหาด มีร่มกาง เก้าอี้ชายหาดให้พร้อม

ต่อจาก อ่าวบ่อทองหลาง ขับรถไปต่ออีกนิดเดียวเข้าพัก ที่ “หาดบ้านกรูด” เป็นชายหาดที่มีความยาวกว่า 3 km และเป็นหาดที่ มีทรายขาว น้ำใส และ ไร้ผู้คนพลุกพล่าน เงียบสงบดุจหาดส่วนตัว มีต้นมะพร้าว ต้นจิกน้ำ ปลูกริมหาด ทำให้ดูร่วมรื่น

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-11

ใกล้ๆกัน ห่างไป 3 km สามารถไปเก็บภาพบรรยากาศ แสงเย็นที่บน “พระมหาธาตุเจดีย์ภัคดีประกาศ” ซึ่งอยู่บนเขาสามารถขับรถขึ้นไปจอดแล้วเดินขึ้นบันไดไปอีกนิดนึง

DCIM101MEDIADJI_0099.JPG
Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-13

หลังจากนั้น มื้อค่ำก็สามารถ หา ซีฟู๊ด ปิ้งย่าง มาทานสักมื้อ เพราะ ที่นี่ ราคาถูกมากกก

วันที่ 2

เราเริ่มต้นกันด้วย ยามเช้าตรู่ ประมาณ ตี4 เพื่อขับรถยัง “ผาฝั่งแดง” ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 45 นาที จากหาดบ้านกรูด โดยกด google ผาฝั่งแดง ก็จะสามารถไปถึงยังจุดจอดรถแล้ว เดินลงไปหามุมถ่ายได้เลย

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-14

ถ้ามาถูกโดยไม่หลง จุดถ่ายภาพ จุดแรก จะเป็น เกาะทะลุ ในยามพระอาทิตย์กำลังขึ้น และ จะได้เห็นบรรยากาศ ของชาวประมง ขับเรือ ออกไปหา ปู หาปลา ในยามเช้า

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-15

หาดฝั่งแดงนั้นเป็นปรากฏการณืธรรมชาติ ที่ทำให้ ดินและหินบริเวณนั้น ซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มีสีแดง ตลอดแนวฝั่งทะเล ด้วยความยาว 2-3 km โดยจุดแรกๆ อาจจะยังไม่แดงมากนัก ให้เดินทะลุไปด้านในล฿กๆ จะพบหาดสีแดงสด แดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-16
Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-17
DCIM101MEDIADJI_0145.JPG
DCIM101MEDIADJI_0139.JPG
Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-20

ใช้เวลาไม่นานนัก พอแสงเริ่มแรงขึ้นมา ก็ถึงเวลา เดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นคือ  ท่าเรือไปยัง “เกาะทะลุ” โดยปกติ เรือ จะออกเดินทางจากฝั่ง บางสะพาน ไปยังเกาะทะลุ คือ เวลา 10:00  น. โดยเรือ สปีดโบ๊ท ของเกาะ บนเกาะ จะมีสองอ่าว คือ อ่าวเทียน และ อ่าวมุก ซึ่งเป็นที่ตั้งของ เกาะทะลุไอส์แลนด์รีสอร์ต ซึ่งจะขายเป็นแพ็คเกจ โดยมีทั้ง แบบ one day trip , 2D1N trip , 3D2N trip แล้วแต่ว่าเราจะมีเวลามากน้อยแค่ไหน นะครับ

DCIM101MEDIADJI_0187.JPG
Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-22

ส่วนกิจกรรมบนเกาะ ก็จะมี มากมาย ตามแพ็คเกจ ที่เราเลือกไว้ อย่างเช่น เล่น SUP Board , พายคายัค , ล่องเรือใบ , ล่องแพชมพระอาทิตย์ และ ไดหมึก ยามเย็น

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-25
DCIM101MEDIADJI_0267.JPG
Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-23

วันที่ 3

ตื่นเช้ากันอีกครั้ง เพื่อเดินขึ้นไปยัง จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ของเกาะทะลุ ซึ่งต้องบอกว่า ไม่ควรพลาด ถึงแม้จะ เดินไกลนิดนึง ประมาณ 1.5 km ละ มีความชัน พอสมควร จะใช้เวลาเดิน ประมาณ 25-45 นาที

Camera-is-My-Life-แบกเป้แอ่วทั่วไทย-26

ช่วงสายๆ หลังจาก ทานอาหารเช้าเสร็จ แล้ว ก็ถึงเวลา ไปดำน้ำดู ปะการัง และ ดูปลา รอบๆ เกาะทะลุ แล้วครับ จะใช้เวลา ดำ ทั้งสองจุด ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ขอบอกเลยว่า รอบๆ เกาะทะลุ นั้น มีปะการังมากมาย เพราะ ที่นี่ เป็นศูนย์เพาะปลูกปะการังเทียม ด้วย ส่วน ปลาและสัตว์ทะเลต่างๆ ก็พอมีให้เห็น รวมถึง มีบางโอกาส ที่จะเจอฉลามวาฬ อีกด้วย

DCIM101MEDIADJI_0193.JPG
DCIM101MEDIADJI_0201.JPG

หรือ ใครจะมีแรงพอจะเหลือ ก็สามารถ เดินไปยัง ส่วนท้ายเกาะ ที่เรียงกันว่า หางเกาะ ที่เรียกแบบนี้ก็เพราะ ว่า ตรงนั้น จะมีลักษณะ เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล และเป็นหาดทราย แคบๆ ยื่นออกไป ขนาดที่คนเดินได้ 2-3 คน เรียงหน้ากระดาน ยิ่งถ้ามาในช่วงน้ำขึ้นจะยิ่งสวยกว่านี้ เพราะ สองข้างทางเดินทาดทราย จะเป็นน้ำทะเลสีครามสวยงาม กว่าหาดหินแบบที่ผมเจอแน่นอน

DCIM101MEDIADJI_0299.JPG
DCIM101MEDIADJI_0303.JPG

ก่อนกลับ ก็ยังสามารถ ชิลล์ๆ บนเกาะได้อีกนิดหน่อย ไม่จะเอ็นจอย กับสระน้ำเกลือ หรือ นั่งจิบกาแฟ และ ขนม ที่ร้าน บนเกาะทะลุ ชมวิวทะเลสีคราม อันสวยงามของอ่าวไทย เพราะ เรือกลับฝั่งบางสะพาน จะมี รอบเวลา 14:30

ก็เป็นอันจบทริป ประจวบคีรีขันธ์ ของผมในทริปนี้ ต้องบอกเลยว่า ไม่คิดว่า ประจวบ จะมีมุมสวยๆ สถานที่สวยๆ ซ่อนอยู่มากมายขนาดนี้  บางจุด นี่แทบไม่เคยรู้มาก่อนว่ามี บางจุด ไม่คิดว่าสวยขนาดนี้ ดังนั้น

ใครอยากไปเที่ยว หลังจาก เก็บตัวอยู่บ้านมานาน ผมแนะนำ มาที่นี่ เลยครับ ประจวบคีรีขันธ์ มันดีมากกกกก