Fighting Duo มาเหนือจ้าววว !!

Fighting Duo มาเหนือจ้าววว !!

Fighting Duo มาเหนือจ้าววว !!

10theme-web-07

จ.ลำพูน

ทีม Fighting Duo

หากคุณคือสาย Foodie หรือนักชิมขนานแท้ “Fighting Duo” จะพาคุณไปชิมและลิ้มรสความเป็นลำพูน ที่ไม่ใช่แค่เพียงอาหารเท่านั้น แต่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และวิถีความเป็นอยู่ของชาวลำพูนให้คุณได้สัมผัสถึงแก่นแท้ กับทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืน เที่ยวเท่ๆถึงๆ ไม่รอช้า ไปลุยกันเลยค่ะ !

วันกินเที่ยวที่ 1 :

foodie_fightduo01-rs

เพียงเดินทางลัดขอบฟ้าจากกรุงเทพฯสู่เชียงใหม่โดยสายการบินแอร์เอเชีย(Air Asia) และขับรถยนต์โดยใช้บริการเช่าของเอวิส(AVIS) ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที เราก็ถึงยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้โดยสวัสดิภาพ “จังหวัดลำพูน”

มุ่งตรงไปยังร้านอาหารที่แรกของวัน “ขนมเส้นหม้อดิน” ที่เป็นสูตรชาวลำพูนโดยแท้ และได้รับเลือกให้เป็นร้านอาหารประจำเมือง

foodie_fightduo02-rs
foodie_fightduo03-rs
foodie_fightduo04-rs

บรรยากาศร้านมีกลิ่นไอความเป็นภาคเหนือ อบอุ่น กันเอง ถือเป็นอาหารมื้อต้อนรับที่น่าประทับใจเลยทีเดียว ราคาอาหารที่นี่เริ่มที่ 40 บาทเองค่ะ ราคาดีมากๆเลย พี่ๆที่ร้านก็ต้อนรับเป็นอย่างดีด้วยค่ะ

อิ่มท้องแล้ว เราไปยังใจกลางเมืองกันต่อค่ะ และจุดที่เราจะมาเยือนต่อมาคือ “วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร” ถือเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองชาวลำพูน เราจะเห็นได้ว่า ทั้งชาวท้องถิ่น และผู้มาเยือน ล้วนมาสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลทั้งสิ้น มีคุณค่าทางใจเมื่อได้มาเยือนมากๆค่ะ และจุดนี้นี่เอง ที่มีร้านเฉาก๊วยชื่อดังร้าน “เฉาก๊วยมุกดา” โดยตามรอยความอร่อยกันง่ายๆจาก www.ryoiireview.com นะคะ มีร้านน่าทานหลายร้านเลยค่ะ ส่วนเฉาก๊วยมุกดาก็ชื่นใจหวานมันสุดๆเลยค่ะ

foodie_fightduo06-rs

ส่วนใครที่ไม่สันทัดของหวาน เราจะพาไปที่คาเฟ่ชื่อว่า “โรงชา” ค่ะ โดยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากวัดพระธาตุหริภุญชัยมากนัก เดินลัดเลาะตามเส้นทาง และใช้เวลาระหว่างเดิน ชมผู้คนและเมือง ไม่นานนักก็ถึงแล้ว

foodie_fightduo05-rs

ร้านโรงชาเป็นคาเฟ่เล็กๆ นั่งสบาย มีความวินเทจจากของสะสม ประดับประดาด้วยพืชพรรณนานาชนิด โทนสีร้านแฝงไปด้วยความน่าค้นหา ไม่ต่างจากชาแต่ละชนิด ที่ทางร้านปรุงขึ้น ไม่ว่าจะ ชาบลูมมิ่ง ชาลีแองเจิ้ล ชาช็อคโกแลตมิ้นท์ ชาลิ้นจี่ และอื่นๆอีกมากมายที่ปรุงขึ้นมาด้วยความตั้งใจ รสชาติเยี่ยมทีเดียวค่ะ แถมในร้านก็ยังมีมุมสวยๆให้ได้ถ่ายรูปด้วย ราคาอาหารเครื่องดื่มเริ่มต้นที่ 18-159 บาทค่ะ เป็นอีกหนึ่งร้านในลำพูนที่ควรมาเยือนเลยก็ว่าได้

เวลาเริ่มบ่ายคล้อย อิ่มท้องพอสมควร ก็ถึงเวลาเช็คอินเข้าที่พักเพื่อเก็บข้าวของ  และเตรียมตัวสำหรับมื้อเย็นสุดพิเศษกันค่ะ

foodie_fightduo07-rs

สำหรับคืนนี้เราเข้าพักที่ “ไทธานี ลอฟท์ แอนด์ ไลฟ์ ลำพูน” เป็นที่พักสไตล์ลอฟท์ตกแต่งห้องได้เท่ เหมาะกับนักเดินทางคูลๆอย่างเราที่สุดเลยค่ะ ราคาไม่แรง คุณภาพดี บริการประทับใจค่ะ

และแล้วมื้อเย็นที่รอคอยกับ “ครัววันดี” ก็มาเยือน

foodie_fightduo08-rs
foodie_fightduo09-rs
foodie_fightduo010-rs

สังเกตได้ว่าผู้คนที่นี่ ก็ให้ความนิยมในการมาทานครัววันดีไม่น้อย ทั้งรูปแบบครอบครัว คู่รัก หลากหลายรูปแบบ อาจเพราะด้วยบรรยากาศร้านที่ดูสบายๆด้วย กับอาหารยอดนิยม ต้มเห็ดถอบน้ำพริกข่า แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง แอ็บรังผึ้ง แกงฮังเลลำไย ปลาทับทิมหนึ่งซีอิ๊วลำไย และออร์เดิร์ฟเมือง ที่ได้รับขนานนามว่าเด็ดจนต้องสั่งมาทาน รสชาติอาหารทุกจาน หยั่งถึงได้ถึงความเป็นภาคเหนือขนานแท้ ดีต่อใจเป็นที่สุด

และอีกหนึ่งไฮไลท์ตบท้ายที่ห้ามพลาดจริงๆเลยก็คือ ไอศกรีมมะพร้าวอ่อนเสิร์ฟคู่กับน้ำมะพร้าวน้ำหอม รสเลอค่ามากๆค่ะ รู้สึกดีตั้งแต่มายืนยันเดินทางกลับเลยค่ะ

หลังจากทานมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว เรายังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้างที่จะเดินเล่นชมผู้คนในกาดโต้รุ่ง(น้อย) ติดกับอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อาหารที่นี่ดูน่าทานไปซะหมด จนเราแทบลืมไปเลยว่าทานอาหารมาก่อนหน้า ลองถามผู้คนในท้องถิ่นว่า หากมาที่นี่ควรไปที่ร้านไหนดี และได้รับคำตอบว่า “ร้านจ่าเหลา หมูทอด”

foodie_fightduo011-rs

เสียงน้ำมันเดือดปะปนไปกับตะหลิวที่กระทบกับกระทะ คล้ายเป็นเสียงเรียกให้เราเดินเข้าไปหา เราตามกลิ่นหอมนั้นไป ไม่นานนักจะพบกับร้านจ่าเหลาหมูทอด ที่ต่อให้ดึกแค่ไหนผู้คนก็จะยังเนื่องแน่น เข้ามากันอย่างไม่ขาดสาย หมูทอดที่นี่ราคาอยู่ที่ 50 บาท(จานเล็ก) และ 200 บาท(จานใหญ่ ครึ่งกิโลกรัม) หากสั่งแบบครบๆ ก็จะมีข้าวเหนียว 10 บาท น้ำพริก 5 บาท ผักจานกลม 20 บาท ความอร่อยไม่ต้องพูดถึง ดีทุกอย่างจริงๆค่ะ ลงตัวดีมาก ย้ำว่า ต้องมาให้ได้นะคะ

วันกินเที่ยวที่ 2 :

ตื่นเช้ามา อากาศเย็นดีมากๆค่ะ เราเลยปักหมุดมายังร้านที่เปิดเช้า และปรับอุณหภูมิร่างกายให้อุ่นๆ อย่าง “ร้านโกฮัง บะหมี่-เกี๊ยว” อยู่บริเวณด้านหลังวัดพระธาตุหริภุญชัย ที่เปิดมานานกว่า 38 ปี ความอร่อยจะอยู่ที่น้ำซุปเด็ดหอมกรุ่น และบะหมี่เส้นเหนียวนุ่ม ไม่ต้องปรุงก็อร่อยแล้วนะคะ ราคาอาหาร 40-60 บาท ชามเดียวอิ่มและคุ้มมากๆค่ะ

foodie_fightduo012-rs
foodie_fightduo013-rs
foodie_fightduo014-rs

ต่อมา เราเดินทางมายังหน้าวัดชัยมงคล เพื่อแวะมาที่ “ร้านกาแฟลุงสมใจ”

foodie_fightduo015-rs

เป็นร้านกาแฟเล็กๆ มีไข่ลวก โอเลี้ยง ชา และเมนูอื่นๆประปราย อาจไม่ใช่ร้านดังที่หลายๆคนตามหานัก แต่สะท้อนวิถีความเป็นอยู่ของชาวท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ระแวกใกล้เคียงก็มีร้านค้าขายอาหาร ขนมไทย

foodie_fightduo016-rs
foodie_fightduo017-rs
foodie_fightduo018-rs

ผู้คนรวมตัวกันมาที่ร้านลุงสมใจเพื่อดื่มกาแฟยามเช้า และพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสนุกสนาน เหมือนเวลาของพวกเขามีมากพอที่จะปันสุขให้กันและกัน เป็นเรื่องเล็กๆที่เห็นแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกค่ะ อิ่มใจพร้อมเดินทางกันต่อ ยังอำเภอลี้แล้วค่ะ ไปกันเลยนะ

ระหว่างทางเราได้แวะที่ “วัดพระพุทธบาทตากผ้า” อยู่ในอำเภอป่าซาง ที่เป็นศูนย์กลางที่สำคัญของการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรม และบาลี ของพระภิกษุสามเณรภาคเหนือ ภายในวัดมีจุดการเรียนรู้ด้านต่างๆที่ศาสนาพึงมี และมีมุมสงบๆพอที่จะให้นั่งสูดอากาศและวางแผนการเดินทางต่อไป และจุดหมายต่อไปของเราคือ “วัดพระพุทธบาทผาหนาม” ค่ะ

เมื่อเราเห็นรูปปั้นขนาดใหญ่ของ “ครูบาอภิชัยขาวปี นักบุญแห่งเวียงลี้” อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินสายตามอง นั่นแปลว่าเราใกล้ถึง “วัดพระพุทธบาทผาหนาม” แล้วนะคะ ภายในวัดได้เก็บพระสรีระครูบาขาวปี(ศิษย์เอกครูบาศรีวิชัย) ที่ไม่เน่าเปื่อยไว้ในโรงแก้ว ในหอประสาทรักษาศพ ให้ผู้คนมาสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตน

foodie_fightduo019-rs

ส่วนบริเวณด้านบนของวัด จะเป็นพระธาตุอยู่บนดอย คือ พระธาตุทองและพระธาตุขาว สามารถขับรถขึ้นไปได้ค่ะ และนอกจากนี้แล้วทั้งเวลาเช้าและเย็น ที่นี่ถือเป็นจุดชมตะวันขึ้นและตะวันตกดินที่สวยงามมากๆค่ะ ด้านบนสามารถมองเห็นรอบเมือง 360 องศาเลยค่ะ ชมวิวเสร็จแล้วเดินทางกันต่อค่ะ ใกล้ถึงที่หมายแล้วนะ

เราเดินทางมาถึงอำเภอลี้ และมุ่งตรงไปยัง “แก่งก้อ” หรือ “อุทยานแห่งชาติแม่ปิง” น้ำแห้งลดระดับลงไปมาก และมีจุดที่น้ำเชี่ยว เราจึงไม่สามารถเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร สาขาเรือนแพได้ แต่เป็นโอกาสดีที่เราจะชมวิว ดูชาวท้องถิ่นเดินเรือ ตกปลา และเนื่องจากระดับน้ำต่ำ เราจึงเห็นสายน้ำได้ชัดเจน และเก็บภาพสวยๆมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ

cover02fightingduo1

สำหรับคืนนี้ เราเข้าพักที่ “บ้านกลางดอย” ที่พักสวยสไตล์ธรรมชาติ พร้อมกับทำอาหารทานกันกับชาวท้องถิ่น เป็นอาหารง่ายๆจากท้องถิ่นจริงๆ มีผักจากสวนหลังบ้าน โดยมีคุณแม่กัลยาณี​  เกตุแก้ว ผู้นำชุมชนคอยดูแลให้ความรู้ตลอดการมาเยือนอำเภอลี้ค่ะ

foodie_fightduo020-rs
foodie_fightduo021-rs
foodie_fightduo022-rs
foodie_fightduo023-rs
foodie_fightduo024-rs

ผู้คนที่นี่น่ารักมากๆค่ะ เราทำกับข้าวด้วยกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนขอความรู้กับพี่ๆ ได้ความรู้เพิ่มเติม ต่อเนื่องมายังทริปสำหรับวันที่ 3 คราวนี้สนุกแน่ๆค่ะ

วันกินวันเที่ยวที่ 3 :

สำหรับเช้านี้เรามายังศูนย์การเรียนรู้ ผ้าทอธรรมชาติผู้สูงอายุ โดยคุณแม่กัลยาณีผู้นำชุมชน ได้ก่อตั้งและเชิญชวนผู้สูงอายุในชุมชน มาทอผ้าฝ้ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน และสร้างคุณค่าให้ผู้คนมีความเป็นอยู่ที่ดี ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ ที่นี่เราก็จะพบกับคุณป้าคุณย่าคุณยายนั่งทอผ้ากัน โดยคุณแม่กัลยาณีแนะนำตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกฝ้ายจนกลายเป็นผ้าหนึ่งผืนสวยงาม ไม่ง่ายเลยนะคะ

foodie_fightduo025-rs

ต่อมาเราเดินทางมายังสวนลำไยค่ะ อยู่ระแวกเดียวกันศูนย์การเรียนรู้ ตอนนี้ลำไยกำลังออกดีเชียวค่ะ และเป็นครั้งแรกที่เด็ดลำไยทานจากต้น หวานอร่อยมากๆค่ะ

foodie_fightduo26-rs

ถึงเวลาที่เราต้องเดินทางกลับเข้าเมืองอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ ก่อนกลับเราแวะไป “อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี” เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตน

foodie_fightduo028-rs

จากนั้นขอแวะร้านเด็ดอีกสักร้านนะคะ สำหรับร้านนี้ ถ้าไม่แวะก็คงเหมือนไม่ถึงลำพูน อย่างที่ www.ryoiireview.com ได้มีการแชร์ไว้ ร้านนี้มีชื่อว่า “ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย” ค่ะ

foodie_fightduo027-rs

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย เปิดมากว่า 20 ปี เมนูที่ควรตามรอยมี ก๋วยเตี๋ยวทรงเครื่องโบราณ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย ที่มีความหวานของลำไยทำให้น้ำซุปหวานกลมกล่อม อีกทั้งกระดูกหมู เครื่องแน่นๆ ราคา 40-50 บาทเท่านั้น แต่ความอร่อยเกินราคามากๆค่ะ สมกับที่ตั้งใจให้เป็นร้านสุดท้ายของทริปจริงๆ

ก่อนกลับบ้าน ต้องแวะร้านของฝากสักนิด เราจึงมากันที่ “ขัวมุงท่าสิงห์” ค่ะ เป็นแหล่งช๊อปปิ้งของฝาก มีทั้งผ้าไทย ลำไย ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำจากลำไย และอื่นๆอีกมากมายค่ะ ช็อปกันได้จุใจเลยนะคะ เพราะกระเป๋าเดินทางเราจุได้ถึง 20 กก. ใส่ของได้สบายมากๆเลยค่ะ ถึงสนามบินแล้ว โหลดกระเป๋าพร้อมเดินทางกลับโดยสายการบินแอร์เอเชียเช่นเคย ทริปนี้ประทับใจมากๆค่ะ ได้ครบทุกความรู้สึกเลยจริงๆ คราวหน้ามาพบกันใหม่นะคะ มาดูว่าทริปหน้าเราจะพาเพื่อนๆที่ไหนกัน ขอบคุณที่ติดตามพวกเราทีม Fighting Duo นะคะ สวัสดีค่ะ