ขึ้นเหนือ แอ่วหละปูน ชมฝูงนกยูงป่า ตามหาอารยธรรมล้ำค่าพันปี

ขึ้นเหนือ แอ่วหละปูน ชมฝูงนกยูงป่า ตามหาอารยธรรมล้ำค่าพันปี

ขึ้นเหนือ แอ่วหละปูน ชมฝูงนกยูงป่า ตามหาอารยธรรมล้ำค่าพันปี

10theme-web-01

จ.ลำพูน

ทีม Knees To World

ลำพูน จังหวัดที่เล็กที่สุดในภาคเหนือ ที่คนทั่วไปไม่ค่อยนึกถึงเมื่อพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยว แต่ทว่าเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์เก่าเแก่อายุกว่า 1,300 ปี ที่ยังคงมีศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สวยงามซ่อนอยู่ตามทุกซอกทุกมุม รวมถึงแหล่งที่เที่ยวธรรมชาติสุดว้าว ที่รอให้ออกไปค้นหาอีกมากมาย

แผนการเดินทาง 3 วัน 2 คืน กับจุดเช็คอินสุดฮิปที่ห้ามพลาด

DAY 1

  • วัดสันป่ายางหลวง : วัดปูนปั้นแกะสลักสีขาวสุดวิจิตร ท่ามกลางต้นยางหลวง
  • วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร : สักการะองค์พระธาตุ ปูชนียสถานสำคัญของลำพูน
  • สะพานขาวทาชมภู : สะพานข้ามรถไฟสีขาว ที่อยู่ท่ามกลางวิวขุนเขา
  • อุโมงค์ขุนตาน :  จุดถ่ายภาพอุโมงค์ทางรถไฟสุดฮิป ณ สถานีรถไฟขุนตาน
  • อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล : อุทยานแห่งชาติสองจังหวัด แห่งเดียวที่รถไฟเข้าถึง
  • กาดแม่ทา หรือ ตลาดบ้านทาดอยแก้ว : ตลาดของป่าสุดแปลก ที่ต้องไปเดินเล่นสักครั้ง
  • PickBaan Hostel : พักผ่อนนอนโฮสเทล กับบ้านไม้ใต้ถุนสูงสุดน่ารัก ใจกลางย่านเมืองเก่า

DAY 2

  • วัดจามเทวี : เจดีย์เก่าแก่ ทรงสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย
  • พิพิทธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย: ศิลปวัตถุเก่าแก่พันปีกว่า 3,000 ชิ้น แห่งนครหริภุญชัย
  • คุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์ : บ้านสถาปัตยกรรมไทยโบราณ เอกลักษณ์ที่พบได้เฉพาะที่ลำพูน
  • Temple House : กาแฟลำไยหวานหอม เมนูสูตรเฉพาะของที่ร้าน
  • Mickey’s House :  พิพิธภัณฑ์สะสมมิกกี้เมาส์ ที่เหล่าสาวก Walt Disney ต้องห้ามพลาด
  • เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าบ้านโฮ่ง : ชมฝูงนกยูงไทยป่า ออกหากินธรรมชาติกลางป่าเขา
  • วัดบ้านปาง : วัดบ้านเกิดครูบาศรีวิชัย ที่รวมรวมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวไว้เป็นอย่างดี
  • Baan Pailyn Resort : นอนพักผ่อนที่อำเภอลี้ กับรีสอร์ตวิวภูเขาริมระเบียง

DAY 3

  • วัดพระพุทธบาทผาหนาม : ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า กับวิวพาโนรามามุมสูงของอำเภอลี้
  • วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม : วัดแห่งพลังศรัทธา ของชาวอำเภอลี้และชาวปกาเกอะญอ
  • พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย : เจดีย์สูงตระหง่านสีทองอร่าม รูปทรงเจดีย์ชเวดากอง
  • ชุมชนพระบาทห้วยต้ม : กินก๋วยเตี๋ยวมังสวิรัติชามใหญ่ แต่ราคาสบายกระเป๋า
  • Pa’ka Coffee : กาแฟดริปหอมๆ จากเมล็ดกาแฟอาราบิก้า ที่ปลูกบนดอยสูง 1,200 เมตร

DAY 1

Knees-To-World-00

ในทริปนี้เรานั่งสายการบิน “AirAsia” จากสนามบิน
ดอนเมือง กรุงเทพ มาลงที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ กับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ตามแบบฉบับของ New Normal ด้วยการใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง
บนเครื่องบินและมาตราการ ป้องกันที่เข้มงวดของสายการบิน ทำให้ปลอดภัยหายห่วง เที่ยวได้อย่างสบายใจ

จากนั้นทำการเช่ารถยนต์กับ “AVIS” ที่สนามบินเชียงใหม่ เพื่อขับลงมายังตัวเมืองลำพูน ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาทีเท่านั้น ระหว่างทางถนนลาดยางตลอดสาย ทางดีมาก ขับง่าย สะดวกสบาย

สำหรับสถานที่แรกที่เราวางแผนไป แน่นอนว่าต้องเป็นการไหว้พระ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเดินทางครั้งนี้
ซึ่งถ้าดูจากแผนที่ GPS จากตัวเมืองเชียงใหม่ มายังตัวเมืองลำพูน จะถึงวัดนี้เป็นแห่งแรก นั่นก็คือ

“วัดสันป่ายางหลวง”

Knees-To-World-01

วัดที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันป่ายางหลวง ท่ามกลางป่าไม้ยางหลวง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1074  ถือเป็นวัดทางพุทธศาสนาแห่งแรกของแคว้นล้านนา วัดที่มีการแกะสลักลวดลายบนปูนปั้นสีขาวทั่วทั้งบริเวณวัด ภายในวิหารมีพระเขียวโขง พระพุทธรูปสีเขียวที่แกะสลักจากหินแม่น้ำโขงได้อย่างปราณีตสวยงาม

ห่างออกไปอีก 1 กิโลเมตร จะพบกับวัดพระอารามหลวงชั้นเอกที่ต้องห้ามพลาด เมื่อมาเยือนลำพูน
วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร” ปูชนียสถานที่อยู่คู่เมืองลำพูนมานับพันปี องค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา กับสถาปัตกรรมเจดีย์แบบล้านนา ซึ่งขณะที่เรากำลังเดินวนอธิษฐานรอบองค์พระธาตุอยู่นั้น ได้แหงนมองขึ้นท้องฟ้า ก็พบกับพระอาทิตย์ทรงกลด ซึ่งตรงกับยอดพระธาตุพอดี เป็นภาพความอัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่งดงามประทับใจมาก

Knees-To-World-02
Knees-To-World-03

ออกนอกเมือง มุ่งหน้าไปยังอำเภอแม่ทา ประมาณ 30 นาที กับบรรยากาศความเขียวสดชื่นของขุนเขาที่
โอบล้อมตลอดเส้นทาง คละเคล้ากับละอองฝน  ก็พบกับป้ายทางเข้าของ “สะพานขาวทาชมภู”

Knees-To-World-04

สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงโค้งสีขาวสถาปัตยกรรมตะวันตก ที่มีอายุกว่า 100 ปี เส้นทางรถไฟข้ามแม่น้ำทา สายกรุงเทพ-เชียงใหม่

ตารางเวลาขบวนรถไฟที่ผ่านสะพานขาวทาชมภู มีทั้งหมด 17 ขบวนต่อวัน ตั้งแต่ช่วงเวลา ตี 1.20 น. จนถึงหัวค่ำ 19.01 น.

มีทั้งรถไฟประเภทโดยสารและรถไฟสินค้า ในช่วงเวลาที่เราไปประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ได้เจอกับรถไฟโดยสารพอดี

Knees-To-World-05

สำหรับเทคนิคการรอดูรถไฟนั้น ให้คอยเหลือบดูนาฬิกา และตั้งใจรอฟังเสียงหวีดรถไฟจากไกลๆให้ดี เพราะนอกจากจะเป็นสัญญาณเตือนให้นักท่องเที่ยวหลบเข้าข้างทาง ยังเป็นสัญญาณว่าให้รีบหยิบกล้อง และรอกดชัตเตอร์ได้แล้ว! เพราะจังหวะถ่ายภาพมีเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น พลาดแล้วพลาดเลย

ขับลัดเลาะโค้ง ขึ้นเขาเข้าป่า ไปต่อที่ “อุโมงค์ขุนตาน” ภาพของปากอุโมงค์ที่ก่อกำแพงด้วยอิฐทาสีแดง มีป้ายพญาครุฑสีเหลืองด้านบน ตัดกับความเขียวขจีของป่าเขาขุนตานที่โอบล้อม ช่างเป็นภาพที่คลาสสิคและมีสเน่ห์อย่างมาก สถานที่ที่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินสุดฮิตของชาววัยรุ่นลำพูนและจังหวัดใกล้เคียงที่นั่งรถไฟมาเที่ยวเล่นที่สถานีรถไฟแห่งนี้

Knees-To-World-06

อุโมงค์ขุนตาน อุโมงค์ทางรถไฟลอดผ่านที่ยาวที่สุดในประเทศไทย (ณ ปี พ.ศ. 2563) ความยาวถึง 1.3 กิโลเมตร  ที่ใช้ความยากลำบากในการก่อสร้างเป็นเวลา 11 ปี และใช้ชีวิตแรงงานจำนวนมาก ทำให้รู้สึกได้ถึงความทรงพลังของอุโมงค์แห่งนี้ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่ควรค่าแก่การศึกษา

บริเวณสถานีรถไฟ ยังมีทางบันไดให้เดินขึ้นไปยัง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร จึงถือเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวที่รถไฟเข้าถึง

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล” อุทยานแห่งชาติอันดับที่ 10 ของประเทศไทย ครั้งนี้เราไม่ได้วางแผนมาเดินป่า กางเต็นท์ แต่ก็ขอเข้ามาล่าตราประทับพาสปอร์ตท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติสักหน่อย

Knees-To-World-07

มาเที่ยวอุทยานแห่งนี้เหมือนได้เที่ยว 2 จังหวัดในก้าวเดียว เพราะอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลตั้งอยู่บนพื้นที่ของจังหวัดลำปางและจังหวัดลำพูน มีการตีเส้นแบ่งเขตจังหวัดด้วย เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพที่เท่ไม่น้อยเลย

สำหรับไฮไลท์ของพืชพรรณไม้ดอกที่นี่ ได้แก่ ลิลลี่ กล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ เช่น กล้วยไม้เอื้องสามปอยขุนตาน ที่หาพบได้ยากตามแหล่งธรรมชาติ และยังมีพืชที่มีท่อน้ำเลี้ยงอีกกว่า 1,300 ชนิดที่ออกดอกหมุนเวียนตลอดปีเลยทีเดียว

Knees-To-World-08

หลังจากเที่ยวกันพักใหญ่
ท้องก็เริ่มร้อง จึงขับรถลงมายังถนนเส้นซูเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-ลำพูน
มีคำกล่าวไว้ว่า หากอยากสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนนั้นๆ ให้ไปเดินตลาด เป็นคำพูดที่ไม่ผิดนัก เพราะทันทีที่เดินเข้า “กาดแม่ทา หรือตลาดบ้านทาดอยแก้ว” สายตา ก็ชะงักกับ วัตถุดิบประกอบอาหารที่แปลกตาไปหมด ส่วนใหญ่เป็นของสดจากป่านานาชนิด ทั้งเห็ดชื่อแปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น เห็ดถั่วเหลือง สัตว์เล็กสัตว์น้อยอย่าง แมลง กบ เขียด ต่อ ผึ้ง ไส้นก เนื้อหมูป่า เนื้อควาย ไข่มดแดง
รวมถึงผักสดๆจากป่าชุมชนอีกหลายชนิด ที่จะวางขายแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ขึ้นอยู่กับว่าฤดูนั้นๆจะมีผลผลิตอะไรบ้างจากป่า

จากที่เดินวนอยู่หลายรอบ สังเกตเห็นเซตผักรวมสำหรับทำแกงเลียง
ถูกจัดวางขายเป็นชุดๆ เดาว่าคนที่นี่ชอบทานแกงเลียงกันมากแน่ๆ เพราะมีวางขายทุกแผงผักกันเลยทีเดียว ผักสดๆที่นี่ น่าหิ้วกลับบ้านกรุงเทพซะเหลือเกิน โดยเฉพาะหน่อไม้สดๆอ่อนๆจากป่าชุมชนในหน้าฝน

กาดแม่ทา นับเป็นตลาดป่าชุมชน ที่มีโครงสร้างเป็นไม้แบบง่ายๆ แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง และหาชมได้ยาก

สำหรับในค่ำคืนแรก เราขับรถกลับเข้ามานอนที่ตัวเมืองลำพูน ด้วยความที่ส่วนตัวชื่นชอบการนอนโฮสเทลมาก เพราะมีความเป็นกันเอง สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเจ้าของพื้นที่ได้ด้วย ซึ่งในตัวเมืองลำพูนมีโฮสเทลเพียงไม่กี่แห่ง และหนึ่งในนั้นก็คือโฮสเทลน่ารักๆที่มีชื่อว่า “ PickBaan Hostel ”

Knees-To-World-09

โฮสเทลแห่งนี้เป็นบริเวณของคุ้มเก่ามาก่อน จากนั้นพี่เจ้าของได้นำไม้จากเรือนเก่ามารีโนเวทใหม่ เป็นบ้านพักสไตล์ใต้ถุนสูง จำนวนทั้งหมด 3 หลัง รวมถึงร้านคาเฟ่ด้านหน้าด้วย ทุกมุมของบ้านถูกตกแต่งได้อย่างน่ารักและมีลูกเล่น ยิ่งคนชอบงานอาร์ต งานคราฟท์ ยิ่งถูกใจ  ที่สำคัญที่สุดคือ ห้องนอนเตียงนุ่มหมอนนิ่ม หลับสบายมาก ในส่วนของโลเคชั่นก็ดีมาก เพราะตั้งอยู่บนถนนราชวงศ์ ซึ่งอยู่ในโซนย่านเมืองเก่า สามารถยืมจักรยานปั่นเที่ยววนรอบได้อย่างสบายๆ หรือจะนั่งเล่นเพลินๆกับเจ้าแมวที่มีชื่อสุดน่ารักว่า “เจ้าม่อฮ้อม” ก็ย่อมได้

บริเวณคาเฟ่ด้านหน้า เปิดขายทุกวัน ยกเว้นทุกวันพุธ-พฤหัสบดี น่าเสียดายที่เราไปวันพุธพอดิบพอดี เลยอดนั่งเล่นที่คาเฟ่ แต่รุ่งเช้าวันต่อมา พี่เจ้าของได้อุ่นขนมเบเกอรี่ ที่เป็นขนม Signature ของที่นี่อย่าง ขนมชูครีม ให้เราไปทานเล่นระหว่างทางด้วย

DAY 2

เช้าของวันที่ 2 เราตั้งใจเก็บที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ในโซนย่านเมืองเก่าในตัวเมืองลำพูน ก่อนที่จะมุ่งหน้าต่อไปยังอำเภอบ้านโฮ่งในช่วงสาย-เย็น และปิดท้ายการนอนพักผ่อนที่อำเภอลี้ อำเภอที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำพูนในช่วงค่ำ

Knees-To-World-10

สำหรับสถานที่แรกของวันนี้ “วัดจามเทวี หรือ วัดกู่กุด” วัดเก่าแก่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของนครหริภุญชัย กับเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย ที่มีชื่อเรียกว่า สุวรรณจังโกฏิ ถือเป็นสถาปัตยกรรมและศิลปะที่มีความสำคัญของนครหริภุญชัย ภายในพระเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี กษัตริย์องค์แรก แห่งนครหริภุญชัย อีกด้วย

มาต่อที่ “พิพิทธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย”
เราตั้งใจมาเยี่ยมชมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ รวมถึงพระพุทธรูปในยุคสมัยหริภุญชัย เมื่อ 1,300 ปีก่อน ซึ่งเป็นยุคสมัยก่อนหน้ายุคล้านนา โดยที่นี่เก็บรวบรวมได้จำนวนกว่า 3,000 ชิ้น จากวัดสำคัญและแหล่งโบราณคดีในจังหวัดลำพูน มีค่าเข้าชมเพียงคนละ 20 บาทเท่านั้น

Knees-To-World-11

เดินถัดจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มาบริเวณประตูด้านหลัง จะพบกับ “คุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์” บ้านคุ้มเก่าแก่ที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งของลำพูน ถ้าใครชื่นชอบสถาปัตยกรรมบ้านไทย บ้านไม้โบราณต้องเข้ามาเยี่ยมชม

Knees-To-World-12

คุ้มเจ้าสัมพันธวงศ์ เป็นเรือนสรไนขนาดใหญ่ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้สัก มีไม้ที่กลึงเป็นรูปเสาสรไนประดับที่ยอดหลังคาจั่ว จึงเป็นที่มาของคำว่า เรือนสรไน (สะ-ระ-ไน) ถือเป็นเอกลักษณ์ของเรือนไม้ที่พบได้ที่จังหวัดลำพูนเท่านั้น ซึ่งหลังจากที่เราขับรถลัดเลาะในเมือง ก็สังเกตเห็นบ้านเก่าหลายหลัง ที่ยังคงมีสรไนอยู่บนหลังคาเช่นกัน

พี่เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า คุ้มแห่งนี้เป็นเรือนรูปตัวยู (U) แห่งเดียวที่เหลืออยู่ และเป็นคุ้มที่คงความสวยสมบูรณ์ของตัวบ้านไว้อย่างดี จนได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม พ.ศ.2551

อีกหนึ่งความล้ำของการออกแบบของคนสมัยนั้น ที่เราชื่นชอบกันเป็นพิเศษ นั่นคือ บานหน้าต่างไม้สัก ที่มีชื่อเรียกว่า เสือร้องไห้ เป็นบานหน้าต่างที่มีลักษณะเป็นไม้ซี่ๆเป็นช่องรับลม ละม้ายคล้ายกับม่านมู่ลี่ในปัจจุบัน และสามารถดึงปิดได้ทันที หากมีโจรพยายามสอดนิ้วมือเข้ามาในบ้าน เรียกว่านิ้วไม่ขาด ก็หักแน่ๆ

และภายในเรือน ยังเป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมของเก่า ที่เล่าเรื่องราวของจังหวัดลำพูน รวมถึงแกลเลอรี่ภาพถ่ายของนางสาวไทย ซึ่งเป็นชาวลำพูนอีกด้วย

มาลำพูนทั้งที มีหรือจะพลาดผลไม้ท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่างลำไย จังหวัดที่มีการปลูกลำไยมากที่สุดจนมีการนำมาแปรรูปเป็นรูปแบบต่างๆ ทั้งอาหารคาวและหวาน เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย เค้กลำไย คุกกี้ลำไย ลำไยอบแห้ง

Knees-To-World-13

แต่สำหรับครั้งนี้เราจะไปลองจิบ กาแฟลำไย (Longan Coffee) ที่ร้าน “Temple House” คาเฟ่และแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามประตูหลังวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร บนถนนอินทยงยศ ติดกับหัวมุมซอยรถแก้ว

เมนูกาแฟลำไย (Longan Coffee) เป็นเมนูที่นำเมล็ดกาแฟคั่วบดของลำพูนแท้ๆมาดริป และใส่ความหวานธรรมชาติของลำไย ตกแต่งด้วยลำไยแกะเมล็ดเป็นท็อปปิ้งด้านบน ยอมรับเลยว่าเป็นการผสมผสานของรสชาติและกลิ่นหอมที่ลงตัวมากๆ

นอกจากเมนูกาแฟ ที่ร้านยังมีเค้กกล้วยหอม อาหาร และเครื่องดื่มปั่นสูตรต่างๆของทางร้านเอง ที่สำคัญคือราคาสบายกระเป๋า ในส่วนของด้านบนชั้น 2 มีแกลเลอรี่จัดแสดงผลงานของศิลปินชาวลำพูนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

Knees-To-World-14

“Mickey’s House” ใครจะคิดว่าลำพูนก็มีพิพิธภัณฑ์มิกกี้เม้าส์! ตัวการ์ตูนสุดโปรดของเราจาก Walt Disney งานนี้แฟนตัวยงมีหรือจะพลาด ไม่รอช้า รีบไปเยือนทันที ด้านในมีมิกกี้เม้าส์ตั้งเรียงกันนับพันชิ้น ทั้งหมดนี้เป็นของ คุณโอ๊ค นักสะสมทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวการ์ตูนมิกกี้เมาส์ ทั้งตุ๊กตา หมวก ถุงมือ หัวมิ๊กกี้เม้าส์ ที่มาจากหลากหลายคอลเลคชั่น และทุกชิ้นมีสตอรี่ มีเรื่องราวทั้งหมด

Knees-To-World-15

ถึงที่นี่จะเป็นบ้านเล็กๆ แต่ก็มีการตกแต่งตามมุม ได้อย่างน่ารักมีลูกเล่น ทั้งบนพื้นปูน ผนัง และกระจก ล้วนมีสัญลักษณ์ของมิ๊กกี้เม้าส์ เรียกว่า เหมือนไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ขนาดย่อมๆกันเลย น่ารักมากๆ และปัจจุบันคุณโอ๊คก็ยังตามเก็บสะสมเพิ่มอยู่อีกเรื่อยๆ ถ้าหากมีโอกาสครั้งหน้า เราจะแวะไปเยี่ยมชมอีกครั้งอย่างแน่นอน

ขับรถต่อไปยังอำเภอบ้านโฮ่ง เพื่อตามหานกยูงไทยป่าที่อาศัยอยู่กันตามธรรมชาติ ณ “เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าบ้านโฮ่ง” ผืนป่าที่พบความหนาแน่นของนกยูง สูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย

Knees-To-World-16

ตั้งแต่ช่วงพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน
จะเป็นช่วงเดือนที่พบลูกนกยูง ออกหากินพร้อมครอบครัว เป็นช่วงย่างก้าวแรกของชีวิตนกยูงในโลกกว้าง จะสังเกตเห็นได้จากลูกนกยูงน้อยที่คอยเดินตามแม่ต้อยๆ ในบางครั้งจะได้ยินเสียงแม่นกยูงร้องเรียกลูกน้อย เพราะลูกเดินตามไม่ทัน เดินพลัดหลงทางกันอีกด้วย

ถ้าหากใครต้องการชมนกยูงตัวผู้รำแพน ต้องมาในช่วงหน้าหนาวเท่านั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึงมกราคม
จะพบนกยูงตัวผู้หางยาวเกือบ 2 เมตร รำแพนเกี้ยวพาราสีนกยูงตัวเมีย

พี่เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า ในทุกๆวัน ตอนเช้านกยูงจะเดินลงเขา ไปหากินบริเวณด้านล่าง และจะเดินกลับขึ้นเขามานอนด้านบนในตอนเย็น เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชมนกยูง ก็คือช่วงเช้าประมาณ

6.00 น. และช่วงเย็นประมาณ 16.00-17.00 น.

Knees-To-World-17

การชมนกยูงนั้น ต้องนั่งเงียบๆในบริเวณที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามให้อาหาร และไม่ใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาดเกินไป ถ้าเราอยู่นิ่งๆนกยูงจะไม่ตื่นคน แล้วจะค่อยๆเดินเข้ามาใกล้เอง ที่สำคัญอย่าลืมพกกล้องพร้อมเลนส์ซูมมาด้วย จะได้ภาพสวยๆกลับไปเยอะเลย

Knees-To-World-18

ถัดมาเราได้แวะ “วัดบ้านปาง” วัดเงียบสงบบนเนินเขากลางป่าบ้านเกิดของครูบาศรีวิชัย และวัดแห่งแรกที่ท่านสร้างขึ้น ภายในมีพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารครูบาศรีวิชัย พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับครูบาศรีวิชัยไว้เป็นอย่างดี

สำหรับค่ำคืนที่ 2 เราพักที่ “Baan Pailyn Resort” รีสอร์ตที่อยู่ติดริมถนนใหญ่ในอำเภอลี้ มีวิวภูเขาอยู่ด้านหลังระเบียงห้องพัก ที่พักเงียบสงบ และเดินทางสะดวกมาก อีกทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ทั้งวัดสำคัญของอำเภอลี้ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติชื่อดัง
อย่าง อุทยานแห่งชาติแม่ปิง

Knees-To-World-19

แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้เราไม่ได้แวะไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติแม่ปิง น้ำตกก้อหลวง และแก่งก้อ เนื่องจากอุทยานปิดทำการ เพื่อป้องกันน้ำป่าไหลหลากในช่วงฤดูฝน

Day3

นาฬิกาปลุกตอนตี 5.00 น. รีบอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ขับรถมายัง “วัดพระพุทธบาทผาหนาม” ที่ห่างจากรีสอร์ต ไปประมาณ 10 นาที และขับขึ้นเขาต่อไปยังยอดดอย เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น กับวิวพาโนรามามุมสูงของเมืองลี้

Knees-To-World-20

ภาพวิวเทือกเขาไกลสุดลูกหูลูกตา กับสายหมอกบางๆในยามเช้าที่ลอยผ่านหมู่บ้านเมืองลี้ เป็นบรรยากาศที่สดชื่นและเติมพลังให้แก่วันใหม่ได้อย่างดี

Knees-To-World-21

มาต่อที่ “วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม” วัดแห่งพลังศรัทธาและศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองลี้ และชาวชุมชนปกาเกอะญอ ทันทีที่ก้าวเข้าวัด ก็รู้สึกตะลึงกับความงดงามของศิลปะและวัฒนธรรมของวัดพระพุทธบาทห้วยต้มได้อย่างทันที

เป็นวัดที่สวยงามมาก ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรค่าแก่การมาชมอย่างยิ่ง กับความอลังการของสถาปัตยกรรม และรายละเอียดในการตกแต่งของพระธาตุเจดีย์

แล้วเมื่อเดินเข้าไปด้านในอุโบสถ ยิ่งทึ่งกับความงดงามของภาพเขียนฝาผนังและองค์พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่

Knees-To-World-22

ในช่วงเช้าประมาณ 6 นาฬิกา ชาวบ้านและผู้เฒ่าผู้แก่จะมาทำบุญใส่บาตรด้วยอาหารมังสวิรัติ หรือเรียกกันว่า
ตักบาตรผัก กันเป็นประจำทุกวัน
และจะมากันอย่างเนืองแน่นในทุกๆวันพระ ในส่วนของบริเวณวัด ห้ามทานเนื้อสัตว์ และห้ามนำเนื้อสัตว์เข้ามาจำหน่ายอย่างเด็ดขาด

Knees-To-World-23

ขับรถถัดออกไปอีกนิด จะพบกับ “พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย” เจดีย์สีทองอร่าม ขนาดใหญ่ ที่มองเห็นได้แต่ไกล ซึ่งจำลองมาจากพระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ของประเทศเมียนมา ที่สร้างด้วยศิลาแลงทั้งองค์ และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ย้อนกลับเข้าไปเที่ยว “ชุมชนพระบาทห้วยต้ม” ชุมชนที่อยู่กันอย่างสงบสุข มีการทอผ้ากี่เอว ซึ่งเป็นการทอผ้าแบบโบราณที่หาชมได้ยาก และการทำเครื่องเงินที่เป็นสิ่งขึ้นชื่อของที่นี่ เรามีโอกาสได้เดินสำรวจหมู่บ้าน และเห็นคุณยายชาวปกาเกอะญอกำลังทอผ้า

Knees-To-World-24

กี่เอวอยู่หน้าบ้านพอดี เลยเดินเข้าไปพูดคุย คุณยายใจดีให้นั่งชมได้ใกล้ๆ แถมยังนำผ้าที่ทอเสร็จแล้วในตู้เสื้อผ้าของคุณยายมาให้ชมอีก เป็นเสื้อผ้าของชาวปกาเกอะญอแบบต่างๆ ทั้งเสื้อของเด็กหญิงสาว และหญิงที่แต่งงานแล้ว

ท้องเริ่มหิว เลยเดินหา
“ร้านก๋วยเตี๋ยวมังสวิรัติ” อยากลองสัมผัสวิถีชีวิตการกินมังสวิรัติแบบชาวบ้านดูบ้าง ซึ่งบริเวณชุมชนมีอยู่หลายร้านด้วยกัน เราเลือกไปกินที่ร้านข้างกำแพงวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม

Knees-To-World-25

นอกจากก๋วยเตี๋ยวมังสวิรัติแล้ว ยังมีเมนูมังสวิรัติอื่นๆอีก ทั้งเส้นขนมจีนผัดพริกเผา ขนมจีนผัดขมิ้น ราคาอาหารทุกอย่างถูกมากๆ อย่างก๋วยเตี๋ยว เพียงชามละ 15 บาทเท่านั้น รสชาติเผ็ดเข้มข้น และปริมาณเยอะมากเต็มชาม เรียกว่าอิ่มจุกๆกันไปเลยทีเดียว เราลองสั่งมาทั้งหมด 3 เมนู จ่ายไปเพียง 55 บาทเท่านั้น น้ำเปล่าฟรี!

และแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับขึ้นตัวเมืองลำพูน ระหว่างทางได้แวะจอดริมถนนทานกาแฟ แถวอำเภอบ้าน
โฮ่งอีกครั้ง กับร้านที่มีชื่อว่า “ปา’กา คอฟฟี่ – Pa’ka Coffeeร้านกาแฟที่มากกว่าคำว่า ร้านกาแฟ

Knees-To-World-26

ได้พบกับ พี่เล็ก เจ้าของร้าน Pa’ka Coffee อดีตสถาปนิกเก่า และเป็นเขยของชาวปกาเกอะญอ กำลังยืนดริปกาแฟให้ลูกค้าอยู่พอดี

สำหรับกาแฟของ ปา’กา คอฟฟี่ เป็นกาแฟสายพันธุ์ Arabica ออแกนิค 100% ที่ปลูกอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนโดยชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านกะเหรี่ยงป่าแป๋ ซึ่งปลูกใต้ร่มไม้ในผืนป่าบนดอยป่าแป๋ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ที่ระดับความสูง 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

กาแฟดอยป่าแป๋มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือมีกลิ่นเกสรดอกไม้คล้ายน้ำผึ้งป่า รสชาติหวานหอม ชุ่มคอ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดอยป่าแป๋ ลำพูน เท่านั้น ได้คะแนนจาก The Coffee Review ทั้งหมด 81 คะแนน จาก 100 คะแนน

พี่เล็กเป็นสื่อกลาง ที่นำกาแฟในหมู่บ้านปกาเกอะญอ ออกมาให้เป็นที่รู้จักของคนภายนอก ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้และความภาคภูมิใจ เป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชหมุนเวียน และทำให้เกิดความรักความหวงแหนป่า สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน

เมล็ดกาแฟของดอยป่าแป๋ ถูกส่งขายไปยังร้านกาแฟดังทั่วเมืองลำพูน และกลายเป็นอัตลักษณ์ของ “Lamphun Coffee” ที่ใครมาลำพูน แนะนำให้ลองสั่งเมนูนี้ให้ได้ หรือจะซื้อเมล็ดกาแฟคั่วกลับไปดริปที่บ้าน หรือเป็นของฝากจากลำพูน ก็ดีไม่น้อย

ก่อนกลับภรรยาพี่เล็ก ใจดีสอยลำไยช่อใหญ่ สดๆ หวานช่ำ เป็นของติดไม้ติดมือกลับกรุงเทพอีกด้วย

และนี่คือ “ลำพูน” จังหวัดที่มีของดีและที่เที่ยวซ่อนอยู่อีกมากมาย ที่กำลังรอให้ถูกมองเห็นและค้นหา มากกว่าเป็นแค่ทางผ่าน เรียกว่า 3 วัน 2 คืนก็เที่ยวไม่หมด ถ้าหากเราลองเปิดใจและซึมซับกับสิ่งเหล่านี้ดีๆ จะพบว่าการท่องเที่ยวคือการเรียนรู้ผ่านสายตาและความคิด และบางทีจังหวัดเล็กๆแห่งนี้ อาจทำให้มุมมองการท่องเที่ยวของเราเปลี่ยนไปก็ได้ อย่างเช่นเราสองคนที่จะกลับไปเยือนลำพูนในเร็วๆนี้อีกครั้ง อย่างแน่นอน . . .