“Go Alone Around X Suratthani | ไปคนเดียวก็เที่ยวสุราษฎร์ธานีได้”

“Go Alone Around X Suratthani | ไปคนเดียวก็เที่ยวสุราษฎร์ธานีได้”

“Go Alone Around X Suratthani | ไปคนเดียวก็เที่ยวสุราษฎร์ธานีได้”

10theme-web-03

จ.สุราษฎร์ธานี

ทีม Go Alone Around

การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกนั้น ทำให้คนรู้จักคำศัพท์ใหม่ขึ้นมาคำนึง นั่นคือคำว่า “Social Distancing” หรือ “ระยะห่างทางสังคม” ซึ่งกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ของมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ไปแล้ว เช่น การคุยกัน กินข้าวด้วยกัน อาจต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัย หลายคนผ่านการกักตัว ต้องใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการออกไปติดเชื้อข้างนอก ด้วยเหตุการณ์เหล่านี้เอง ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยตัวเอง จนบางทีก็มีความรู้สึกขึ้นมาว่า “อยู่กับตัวเองก็ดีเหมือนกันนะ”
และสิ่งที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสนี้เป็นอย่างมาก ก็คือ “การท่องเที่ยว” ในช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายๆ คนนั้นคงคิดถึงการเดินทาง คิดถึงการออกไปท่องโลกกว้าง ในตอนนี้สถานการณ์ในประเทศไทยค่อยๆ ดีขึ้นเพราะความร่วมมือของคนไทยทุกคน ทำให้หลายๆ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศได้กลับมาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวชาวไทย เราเองก็คิดถึงการท่องเที่ยวแบบสุดๆ แล้ว
ก็ไม่พลาดที่จะออกทริป พาตัวเองไปยังสถานที่ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปมาก่อน และสำหรับทริปนี้เราเลือกที่จะไป จ.สุราษฎร์ธานี เพราะเป็นจังหวัดที่เหมาะกับการไปเที่ยวคนเดียวแบบชิลๆ เป็นอย่างมาก การเดินทางสะดวก ธรรมชาติสมบูรณ์ และชาวสุราษฎร์ก็น่ารักมากๆ เพียงแค่ 3 วัน 2 คืน ก็ทำให้หัวใจได้กลับมากระชุ่มกระชวยเหมือนเดิมอีกครั้ง

P-Me _ myself - Go alone around -01
P-Me _ myself - Go alone around -02
“เที่ยวบินไฟลท์แรก หลังจากงดเดินทางมากว่า 3 เดือน”
P-Me _ myself - Go alone around -03
“ รู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้อยู่เหนือเมฆอีกครั้ง “

Day 1 :

ห่างหายจากการนั่งเครื่องบินมาหลายเดือน นี่จะเป็นเที่ยวบินไฟลท์แรกของเราหลังจากเปิดให้เที่ยวในประเทศได้แล้ว สายการบิน Thai Smile ได้พาเรามาถึงจุดหมาย จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นก็ทำการเช่ารถของ AVIS ต่อเลยที่สนามบิน การเดินทางครั้งใหม่ในจังหวัดที่ไม่เคยมาเยือน สร้างความตื่นเต้นได้ดีเลยทีเดียว จากสนามบินเราขับรถตรงไปที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารก่อนเลย  เพื่อความเป็นสิริมงคลและถือเป็นการเปิดทริป จ.สุราษฎร์ธานีอย่างเป็นทางการของเราเอง

P-Me _ myself - Go alone around -04
“ขับรถในเส้นทางที่ไม่เคยไปมาก่อน มันน่าตื่นเต้นสุดๆ”
P-Me _ myself - Go alone around -05
“พระบรมธาตุไชยา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสุราษฎร์”

หลังจากไหว้พระเสร็จก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาทันใด นึกถึงของกินขึ้นชื่อเมืองสุราษฎร์ สิ่งที่สมองคิดขึ้นมาได้ ณ. ตอนนั้นเลยก็คือ “หอยนางรม” แต่มาทั้งทีจะทานตามร้านอาหารก็ดูจะง่ายเกินไป เราขอไปทานถึงฟาร์มหอยเลยจ้า รับรองความสดใหม่ ไม่ต้องแช่น้ำแข็งกันเลยทีเดียว  เรารีบขับรถไปที่ “ไตรคุณฟาร์มสเตย์” อยู่ใน อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอนี้เรียกได้ว่าเป็นแหล่งหอยนางรมอันดับ 1 ของประเทศไทยเลย จนมีคำกล่าวที่ว่า “หอยนางรมที่ดี ต้องที่กาญจนดิษฐ์” เมื่อขับรถมาถึงฟาร์มก็ถึงได้ทราบว่า ฟาร์มหอยที่แท้จริงนั้นอยู่ในทะเล เพราะฉะนั้นเราก็ต้องนั่งเรือออกไปที่กลางทะเล แต่ละฟาร์มก็จะมี “ขนำ” ซึ่งเป็นเหมือนบ้านกลางทะเล เป็นที่สำหรับพักผ่อนของชาวบ้านที่ออกมาเลี้ยงหอย เก็บหอย สามารถล้างและประกอบอาหารได้บนนั้นเลย เป็นอะไรที่เราไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะได้ใกล้ชิดกับชาวบ้านขนาดนี้ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีอย่างแท้จริง ที่สำคัญการมาทานหอยนางรมสดๆ ถึงที่นี่เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ แถมทานได้ไม่อั้น ทานจนลืมรสชาตของหอยนางรมที่เคยทานมาทั้งหมดเลย

P-Me _ myself - Go alone around -06
“ขนำกลางทะเลของไตรคุณฟาร์มสเตย์”
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
“มีเปลให้นอนเล่นบนขนำด้วยนะ ลมทะเลพัดมาน่านอนสุดๆ”
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
“หอยนางรมที่ดี ต้องที่กาญจนดิษฐ์เท่านั้น ตัวใหญ่แค่ไหนลองดูสิ”
P-Me _ myself - Go alone around -09
“ล้างทำความสะอาดเสร็จแล้วก็ทานกันบนขนำได้เลย”

เมื่อท้องอิ่มแล้วก็ต้องออกเดินทางกันต่อ เรานั่งเรือกลับเข้าฝั่งแล้วขับรถมุ่งหน้าไปเขื่อนรัชชประภา เพราะที่พักสำหรับคืนนี้จะอยู่บริเวณหน้าเขื่อน ก่อนจะถึงเราแวะที่ “ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด” แหล่งท่องเที่ยวชุมชน unseen แห่งใหม่ของสุราษฎร์ธานี ที่นี่เป็นแหล่งต้นน้ำที่เกิดจากธรรมชาติ น้ำใสและเย็นมาก เหมาะกับการมาเล่นน้ำคลายร้อนกันในวันหยุด และอีกที่ที่แวะก่อนเข้าที่พักก็คือ “สะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์” ไฮไลท์คือสามารถมองเห็นภูเขารูปหัวใจจากบนสะพานเลย ได้เดินเล่นและถ่ายรูปในช่วงเวลาเย็นๆ ก่อนเข้าที่พักคืนนี้คือ River view resort at Chaewlarn เป็นการปิดทริปสำหรับวันแรกได้อย่างดีเลยทีเดียว

P-Me _ myself - Go alone around -10
“ความใสของน้ำที่ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด”
DCIM100MEDIADJI_0131.JPG
“สะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์ กับภูเขารูปหัวใจ”
P-Me _ myself - Go alone around -12
“ที่พัก River view resort at Chaewlarn”

Day 2 :

วันนี้เราตื่นแต่เช้ามืด เพราะจะไปที่ “อุทยานธรรมเขานาใน” เพื่อรับแสงเช้าของวันที่นั่น ระหว่างทางที่ขับรถไปเมื่อใกล้ถึงพื้นที่เขานาใน ท้องฟ้าเริ่มจะสว่างพอดี จึงได้เห็นหมอกปกคลุมไปทั่วพื้นที่ นี่แหละรางวัลของคนตื่นเช้า เมื่อถึงอุทยานธรรมแสงแรกของวันก็ส่องเข้ามาผ่านซุ้มประตูพอดีโดยที่เบื้องหลังยังมีหมอกปกคลุม เป็นภาพที่สวยงามจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว

P-Me _ myself - Go alone around -13
“รางวัลของคนตื่นเช้า ที่อุทยานธรรมเขานาใน”
P-Me _ myself - Go alone around -14

หลังจากที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เขานาในแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องขับรถย้อนกลับไปท่าเรือเพื่อเข้าเขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน ครั้งแรกของเราที่จะได้สัมผัสความงามที่ใครๆ ก็เรียกที่นี่ว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” เราได้เลือกใช้บริการทัวร์เขื่อนเชี่ยวหลานของ “พร-ฤทธิ์ ทัวร์” พักที่แพคีรีธารา พร้อมบริการอาหาร 3 มื้อ พาไปชมจุดไฮไลท์ในเขื่อนเชี่ยวหลานคือ “เขาสามเกลอ” แล้วตอนเย็นสามารถกลับมาพายเรือเล่นที่หน้าแพได้ด้วย เป็นการพักผ่อนที่สามารถ recharge พลังที่หายไปในช่วงที่งดเที่ยวได้อย่างดีเลย

P-Me _ myself - Go alone around -15
DCIM100MEDIADJI_0194.JPG
“พร-ฤทธิ์ ทัวร์ แพพักคีรีธารา บรรยากาศรายล้อมไปด้วยภูเขา”
P-Me _ myself - Go alone around -17
“เขาสามเกลอ ไฮไลท์ของเขื่อนเชี่ยวหลาน”
P-Me _ myself - Go alone around -18
“พายเรือเล่นหน้าแพพักช่วงเย็น”

Day 3 :

เช้าวันสุดท้ายของทริปกับการตื่นมาอยู่ท่ามกลางบรรยากาศในเขื่อน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอดจนอยากจะเก็บเอากลับไปบ้านด้วย เป็นเช้าที่สดชื่นหัวใจดีจริงๆ เมื่อถึงเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ทางพร-ฤทธิ์ ทัวร์ ก็ได้มีกิจกรรม morning safari พานั่งเรือชมหมอกในยามเช้า และถ้าดวงดีอาจเห็นสัตว์ป่าออกมาหากินกันตอนเช้าด้วย ใช้เวลาไม่นานก็กลับเข้าที่พักทานอาหารเช้า เตรียมตัว check-out แล้วนั่งเรือกลับเข้าฝั่ง

P-Me _ myself - Go alone around -19
“morning safari ยามเช้า สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอดก่อนกลับ”
P-Me _ myself - Go alone around -20
“morning safari ยามเช้า สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอดก่อนกลับ”

หลังจากนั้นเรามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองสุราษฏร์ธานี ไปที่ “ชุมชนบางใบไม้” เพื่อที่จะนั่งเรือชมวิถีชาวบ้านตาม “คลองร้อยสาย” ชาวบางใบไม้นั้นมีวิถีชีวิตอยู่ริมคลองสายเล็กสายน้อยที่เชื่อมต่อกันนับร้อยคลองที่ไหลลงสู่แม่น้ำตาปี ระหว่างนั่งเรือก็จะได้เห็นพืชนานาพันธุ์ตลอดแนวสองฝั่งคลอง ได้เห็นชาวบ้านกำลังเก็บใบจากอยู่ริมคลอง และที่นี่ก็มีไฮไลท์สำหรับถ่ายรูปก็คือ “อุโมงค์ต้นจาก” ซึ่งเป็นอุโมงค์จากธรรมชาติที่ต้นจากลู่ใบเข้าหากันเป็นซุ้ม ระยะทางกว่าหลายร้อยเมตร เป็นความสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติจริงๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
“สองฝั่งคลองก็จะเห็นชาวบ้านพายเรือเก็บใบจาก”
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
“อุโมงค์ต้นจาก ความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้น”

ก่อนจะจบทริปวันนี้ ก่อนที่จะกลับสนามบิน เรายังมีเวลาเหลือที่จะแวะไปไหว้ “ศาลหลักเมือง
จ.สุราษฎร์ธานี”
เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอบคุณที่ทำให้ทุกการเดินทางในทริปนี้มีแต่เรื่องดีๆ
ที่สำคัญต้องขอบคุณตัวเองที่กล้าออกมาเที่ยวคนเดียว พาตัวเองออกมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในที่ที่ไม่เคยไป ซึ่งถ้าเรามัวแต่รอคนอื่นว่างพร้อมกันเพื่อที่จะได้ไปด้วย เมื่อไรจะได้ออกมาเห็นโลกกว้างก็ยังไม่รู้เลย

“ถ้าชวนแล้วไม่มีใครไป งั้นไปคนเดียวก็ได้นะ”

#GoAloneAround

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
“ศาลหลักเมือง จ.สุราษฎร์ธานี”