“ใครว่าเที่ยวแบบจิตอาสา เท่ไม่ได้ เที่ยวเมืองไทย ยังไงก็เท่”

“ใครว่าเที่ยวแบบจิตอาสา เท่ไม่ได้ เที่ยวเมืองไทย ยังไงก็เท่”

“ใครว่าเที่ยวแบบจิตอาสา เท่ไม่ได้ เที่ยวเมืองไทย ยังไงก็เท่”

10theme-web-10

จ.เลย

ทีมมาเน้อ

พร้อมทุกวัน ทำได้ทุกที่ ลงมือได้ทุกเวลา…..ทำสิ่งดีดีไปด้วยกัน!  วันนี้มาเน้อจะพาไปเที่ยวจิตอาสาแบบเท่ๆที่จังหวัดเลยกัน พร้อมแล้วก็จัดกระเป๋าเดินทางไปกับพวกเราได้เลย

….. Day 1 : ปลูกป่าที่ภูค้อ อ.นาแห้ว จ.เลย

จังหวัดเลย เมืองแห่งขุนเขาของภาคอีสาน จังหวัดที่มีภูมากมายไว้คอยใครหลายคนขึ้นไปชมความงามของทะเลหมอกที่ทอดยาวไปตามภูเขา มาเน้อมีภูหนึ่งที่อยากแนะนำให้ลองไปชมทะเลหมอกยามเช้ากัน นั่นก็คือ “ภูค้อ”

ภูค้อ เป็นที่เที่ยวใหม่ของจังหวัดเลย ชาวบ้านที่ไปหาของป่าเป็นคนค้นพบ คนยังไม่ค่อยรู้จักมากนักเพราะเพิ่งเปิดให้ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2561 นี้เอง

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-01

การขึ้นไปบนภูค้อนั้นต้องใช้บริการรถอีแต๊กของชาวบ้านและงานนี้ขอบอกว่าทางขึ้นเขาไม่ธรรมดาเลย ใครเมารถง่ายแนะนำให้เตรียมยาแก้เมารถ ยาดม ยาอม ยาหม่อง พกติดตัวมาด้วย เพื่อนร่วมทางของเราที่ว่าแน่ก็แพ้ทางให้กับรถอีแต๊กมาแล้วจ้า แต่พอถึงยอดแล้วก็หายเหนื่อยกับวิวทะเลหมอกที่ถ้าไม่มาเห็นกับตาตัวเอง ก็ไม่รู้ว่ามันสวยได้ขนาดนี้ เป็นภาพที่หาไม่ได้เลยในกรุงเทพ และเป็นครั้งแรกที่คนเมืองอย่างเราได้เห็น

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-02

สูดบรรยากาศทะเลหมอกได้ไม่นาน ก็มีสายเรียกเข้าจากผู้ใหญ่บ้านนาแห้ว เพราะถึงเวลานัดหมายกับผู้ใหญ่บ้านที่จะพาเราไปปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติให้อยู่กับเรานานๆ กิจกรรมง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้ โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนใดๆ (ใช้แรงล้วนๆ) ผู้ใหญ่มาถึงพร้อมรอยยิ้ม สองมือถือต้นกล้าน้อยๆเตรียมมาให้พวกเราได้ปลูก ไม่รอช้าผู้ใหญ่ก็พาไปยังบริเวณที่เตรียมไว้ให้เรา ต้องนั่งรถอีแต๊กอีกแล้วจ้า…. /ปาดเหงื่อ

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-03
Voluntourist-ทีมมาเน้อ-04
Voluntourist-ทีมมาเน้อ-05

ได้ตอบแทนธรรมชาติด้วยการปลูกต้นไม้ ปลูกเสร็จเที่ยวป่าสนุกกว่าเดิมไปอี๊ก เที่ยวจนลืมดูเวลา นึกขึ้นได้ว่าต้องไปเช็คอินเข้าที่พักคืนแรกของเรา ระหว่างทางที่ขับไปที่พัก เราได้ขับผ่านอ่างเก็บน้ำห้วยหมุ้นก็อดแวะถ่ายรูปมาฝากไม่ได้จริงๆ ธรรมชาติบำบัดมากๆ

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-06

ผ่านอ่างเก็บน้ำ เราได้งีบบนรถสักแปบก็ถูกปลุกให้ตื่น นึกว่าถึงที่พักแล้ว แต่เปล่าจ้า คุณคนขับ(น้องตัวแสบ) มาจอดรถที่วัดๆนึง เพราะนางบอกว่าขับรถมาแล้วเห็นเด่นมาแต่ไกล สะดุดจนต้องแวะเค้าว่างั้น วัดนี้มีชื่อว่าวัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ตัวโบสถ์วิหารถูกสร้างด้วยไม้สักที่ถูกนำมาแกะสลักไว้อย่างวิจิตรบรรจงทั้งหลัง มีความสวยงามมากกกกกก บอกเลยว่าต้องมา เดินถ่ายรูปไป 2-3 รูป หันมาอีกที อ้าว…นั่นคุณแฟนกวาดลานวัดอยู่ หันมองไปรอบๆเลยสังเกตเห็นน้ำขังเป็นแอ่งๆรอบโบสถ์เลย เพราะฝนตกหนักตลอดวัน จะเดินทีก็ต้องระวังลื่นเพราะพื้นลานวัดเป็นกระเบื้องนะ เราเลยเดินเข้าไปถามว่าทำอะไร ใครให้กวาดอ่ะ นางก็ตอบมาว่าสิ่งดีๆไม่จำเป็นต้องรอให้คนบอก เราสามารถลงมือทำได้เองทุกเวลา แล้วก็หันมาพูดกับเราว่า “หัดทำประโยชน์ให้สังคมบ้างงงงง” …….จ้ะ ลานวัดสวยด้วยมือคุณฟลุ๊ค

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-07
Voluntourist-ทีมมาเน้อ-08

เอาละ เริ่มหิวละ แถมยังไม่ได้เช็คอินสักที กวาดลานวัดเสร็จ จึงรีบขับรถไปที่พักกันทันที

….. คืนนี้เรามาพักที่บ้านไร่ภูไฑเลย อ.ภูเรือ ที่พักเป็นแนวฟาร์มน่ารักๆ บรรยากาศดี๊ดี เจ้าของที่พักใจดีมากกกกก (แถมน่ารักด้วย) คงเห็นเรามากันเหนื่อยๆ เลยทำอาหารต้อนรับอย่างดีเลย

วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พวกเราขอพักดื่มเบียร์เอ้ยดื่มด่ำธรรมชาติกันก่อนเน้อออออ….

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-09

….. Day 2 : อาบน้ำม้า ให้อาหารสัตว์ ยิงหนังสติ๊กปลูกป่า เก็บขยะถนนคนเดินที่เชียงคาน

ตุบบบ….. เสียงลูกกะบกตกลงใส่หลังคา ทำให้เราตื่น หันมาดูเวลาสายแล้ว เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวไปกินอาหารเช้า (ใช่ค่ะ ถึงสายแต่เช้าสำหรับอุ๋ม) ระหว่างทางเดินไปคาเฟ่ (ที่สำหรับกินอาหารเช้า) ผ่านกรงนกแก้ว และเห็นม้า 3 ตัวยืนเล็มหญ้าอยู่ใกล้ๆ ก็เลยถามพี่เจ้าของขอให้อาหารได้ไหม เจ้าของบอกว่าปกติก็จะมีนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยวฟาร์มกันอยู่เรื่อยๆ แต่เพราะพิษโควิด ลูกค้าก็เลยหายหมด ก็เลยต้องลดคนงานลง ตอนนี้เจ้าของดูแลด้วยตัวเองทั้งหมด ด้วยความที่เรารักสัตว์ บวกกับอยากช่วยด้วย เลยบอกพี่เจ้าของว่าเราจะช่วยอาบน้ำม้า ให้อาหารแกะและให้อาหารนกเอง จะได้เบาแรงพี่เค้า แถมเราได้เล่นกับน้องสัตว์ไปในตัวด้วย อิอิ

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-10
Voluntourist-ทีมมาเน้อ-11
Voluntourist-ทีมมาเน้อ-12

อาบน้ำม้าเสร็จ พี่เจ้าของขอบอกขอบใจเราใหญ่ บอกว่าเค้าทำคนเดียว ไม่ค่อยมีเวลา พอเรามาช่วยก็เบาแรงได้เยอะเลย อยากบอกเพื่อนๆว่าเราสามารถทำสิ่งดีๆหรือช่วยเหลือคนอื่นได้ทุกวัน ทุกที่และทุกเวลา หรือจะในแบบที่เราชอบก็ยิ่งดี เพราะเราจะได้สนุกและมีความสุขไปกับมันเหมือนที่อุ๋มมีความสุขที่ได้เล่นกับสัตว์ น้องม้าน่ารักและใจดีมากค่ะ ทำให้เราอยากเลี้ยงบ้างเลย พักทานน้ำสักพักก็ได้เวลาออกเดินทางต่อแล้ว จะไปไหนกันต่อ อย่าเพิ่งลุกไปไหนกันละ ติดตามมาเน้อกันเลย

ขับรถมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูเรือ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับประเทศลาว นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ส่วนใหญ่มักเดินทางขึ้นยอดภูเรือเพื่อชมแสงแรกของพระอาทิตย์ และสัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็น แต่เนื่องจากเรามาก็เกือบบ่ายแล้ว เลยพลาดชมแสงแรกไป แต่ไม่เป็นไร ขึ้นยอดไปฟินกับธรรมชาติก็เพียงพอกับพวกเราแล้ว ระหว่างทางคุณแฟนนึกขึ้นได้ว่าได้เมล็ดพันธุ์ต้นไม้มาจากผู้ใหญ่บ้านนาแห้ว เลยคิดว่าควรจะยิงหนังสติ๊กปลูกป่าบนยอดภูเรือด้วยเลย นางเลยไปแวะซื้อหนังสติ๊กระหว่างทาง

ขับมาไม่นานก็ถึงยอด แต่เราไม่สามารถขับรถขึ้นไปจอดบนยอดได้ ทางอุทยานมีพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวให้จอดรถ และนั่งรถสองแถวที่ทางอุทยานเตรียมไว้ขึ้นต่อไปข้างบน ค่ารถขึ้นไปคนละ 10 บาทเท่านั้น ทางค่อนข้างขรุขระ แต่แค่ 700 เมตรก็ถึงยอด พอถึง เราไม่รอช้า ก็เตรียมเมล็ดพันธุ์ที่ได้มา และใช้หนังสติ๊กยิงลงไปด้านล่างตามแนวเขา ถึงจะเป็นแค่เมล็ด แต่พวกเราหวังว่ามันจะโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ฟื้นฟูระบบนิเวศ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร  และแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในอนาคตต่อไป…

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-13
Voluntourist-ทีมมาเน้อ-14

เสร็จภารกิจยิงหนังสติ๊กปลูกป่า ก็ได้เวลากลับลงเขาเพื่อไปที่เชียงคานกันต่อ จุดหมายของเราต่อไปคือที่ sky walk เชียงคาน สืบเนื่องจากอุ๋มเห็นคนแชร์บนเฟสว่าที่นี่เปิดให้เที่ยวแล้ว และอุ๋มเคยอาศัยอยู่อเมริกามาก่อนและเคยไปเที่ยว sky walk ที่แกรนแคนยอนมาแล้ว เลยอยากชมความสวยงามของ sky walk ของไทยเราบ้าง

… ใช้เวลาขับรถประมาณ 45 นาทีก็ถึง แต่รอบนี้เค้ากั้นไม่ให้รถขึ้นไปเพราะซ่อมระบบไฟฟ้าที่ลัดวงจรอยู่ ทำให้เราต้องเดินเท้ากันต่อไปอีก 900 เมตรได้ ถามว่าร้อนไหม ตอบเลยว่ามากกกกกกก แต่ก็ไม่ลืมเก็บบรรยากาศ sky walk มาให้ชมกัน

Sky walk เชียงคาน แลนมาร์กใหม่ริมแม่น้ำโขง เป็นจุดที่มองเห็นแม่นํ้าเหืองไหลมาบรรจบแม่นํ้าโขง เกิดเป็นแม่นํ้า 2 สีเห็นได้ชัดเจน และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม พื้นทางเดินทำด้วยกระจกยาวกว่า 100 เมตร กว้าง 2 เมตร สูงจากแม่น้ำโขง 80 เมตร หรือเท่ากับตึก 30 ชั้น เป็นจุดที่เสียวที่สุดให้กับ นักท่องเที่ยวที่ชอบความตื่นเต้น…

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-15

ถ่ายภาพเสร็จพวกเราก็เริ่มหิว เลยแวะหาอะไรทานก่อนเข้าที่พัก ซึ่งคืนนี้เราพักกันที่ชิคเชียงคาน โรงแรมเล็กๆน่ารักๆริมแม่น้ำโขง พักผ่อนได้ 45 นาที น้องก็มาเคาะประตูชวนไปเดินถนนคนเดิน ซึ่งเพิ่งเริ่มตั้ง ของยังไม่มากนัก ระหว่างทางเดินผ่านร้านนวดยองเส้นป้าก้อย ชื่อดังของเชียงคานและคิดว่าเป็นที่เดียวในไทยที่นวดแบบนี้ เป็นการนวดแบบใช้เท้าลงเส้นแบบบำบัดอาการเจ็บ วิถีชุมชนสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น นวดตัว 1 ชั่วโมง 200 บาท หลังจากที่เหนื่อยกันมาทั้งวัน ก็ไม่รอช้าที่จะแวะจ้า ตกลงนวดกันทุกคนเพราะเมื่อยกันหมด ป้าก้อยก็จัดให้ชุดใหญ่เลย นวดเสร็จโล่งสบายเบาตัวเลยทีเดียว

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-16
Voluntourist-ทีมมาเน้อ-17

… พอนวดเสร็จก็เย็นพอดี ถนนคนเดินเริ่มคึกคัก ร้านค้าเปิดกันครบแล้ว นักท่องเที่ยวเดินเล่นซื้อของกันเต็มไม้เต็มมือ สังเกตเห็นว่าข้างทางไม่ค่อยมีถังขยะ และเห็นแต่ละคนถือของกินมองหาที่ทิ้งกันรวมทั้งพวกเราด้วย จึงเดินย้อนกลับไปที่โรงแรม ซึ่งอยู่ไม่ไกล ขอถุงขยะจากน้องพนักงาน เพื่อจะได้ช่วยรับขยะไปทิ้งซะหน่อย

…ทิ้งมาได้เลย ยินดีรับไว้ ทั้งขยะ ทั้งหัวใจคุณ (เหรออออออ)

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-18

มาเที่ยวเลยครั้งนี้ พวกเราได้อะไรกลับไปเยอะมาก ที่แน่ๆคือ เรื่องเที่ยว เรื่องจิตอาสา เรื่องเดียวกัน เราให้ชุมชน ชุมชนให้เราหัวใจพองโต J

จิตอาสาสามารถทำได้ทุกคน ทุกที่และทุกเวลาจากสิ่งรอบตัวเรา สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนใดๆ เพียงได้ช่วยสังคมในระหว่างที่เราไปเที่ยว แค่นี้ก็สุขใจแล้วเน้ออออ…. ปิดทริปด้วยวิวสวยๆจากโรงแรมชิคเชียงคาน ใครมาเชียงคานแนะนำที่นี่เลย

Voluntourist-ทีมมาเน้อ-19
Voluntourist-ทีมมาเน้อ-20

….. Day 3 : เดินทางกลับกทม.จ้า

ตื่นมาก็ใกล้เวลาจะต้องออกเดินทางไปสนามบินละ มีเวลาแวะกินจุ่มนัวร้านดังเก่าแก่ของเชียงคานแปบนึง จากนั่นรีบบึ่งรถไปสนามบินต่อเลย เพราะเที่ยวบินเลื่อนมาเร็วขึ้นอีก ถึงสนามบินคืนรถเช่าเรียบร้อย ขอนั่งพักงีบยาวๆบนเครื่องก่อนน๊า ทริปหน้าพาไปไหน อย่าลืมติดตามที่เพจมาเน้อกันนะคะ