พึ่งรู้ว่ารักคือการให้ “โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว” จังหวัดพัทลุง

พึ่งรู้ว่ารักคือการให้ “โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว” จังหวัดพัทลุง

พึ่งรู้ว่ารักคือการให้ “โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว” จังหวัดพัทลุง

10theme-web-10

จ.พัทลุง

ทีมทัด สะ นะ ศึก ษา

ทัศนศึกษา คือ การท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้

ครั้งนี้เราจึงออกเดินทางเพื่อไปเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ที่ “จังหวัดพัทลุง” “เมืองรอง” “ที่ควรจับตามอง” เมืองต้นกำเนิดศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ เมืองที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ เมืองที่ผู้คนยังคงวิถีชีวิติด้วยความเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยน้ำใจ
“พัทลุง” ที่ใครได้ลองเข้ามาสัมผัส ก็ทำให้เราตกหลุมรักจังหวัดนี้อย่างแน่นอน

ถ้าพร้อมกันแล้ว เราจะพาทุกคนไปพบกับการให้ การมอบใจ และการพบเจอ ที่ทุกคนไม่เคยได้สัมผัสกัน . .

แผนการเดินทาง 3 วัน 2 คืน ที่ไม่ค่อยจะเป็นแผนสักเท่าไหร่

วันที่ 1

  • VARNI Homestay หรือ VARNI CRAFT
  • แกนแคนย่อน บ้านควนน้อย
  • สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

วันที่ 2

  • โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว
  • ล่องแก่งหนามมดแดง

วันที่ 3

  • ยกยอ คลองปากประ
  • ควายน้ำ ทะเลน้อย
  • บึงบัวแดง ทะเลน้อย
  • ป่าสาคู
  • พิพิธภัณฑ์ วังเจ้าเมืองพัทลุง

วันที่ 1

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-01

การเดินทางไปพัทลุงในครั้งนี้ เป็นการเดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวครั้งแรกของเราสองคน โดยเราสองคนได้ใช้บริการของสายการบิน NokAir

ในการเดินทางครั้งที่เรามุ่งเน้นในการไปแจกอุปกรณ์การเรียนเพื่อส่งมอบความสุขให้น้องๆที่โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว จังหวัดพัทลุง เรามีของและอุปกรณ์ค่อนข้างมาก เลยอยากแนะนำสำหรับใครที่มีสัมภาระเยอะๆ แนะนำให้เลือก “Nok X-tra” เพราะนอกจากจะถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 7 กิโลกรัม ยังโหลดกระเป๋าได้มากถึง 15 กิโลกรัม

ประสบการณ์ครั้งนี้ เราบินตรงจากดอนเมืองไปลงท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถึงตรงเวลาเป้ะไม่ดีเลย์เลย ใช้เวลาบินชั่วโมงนิดๆก็ถึงแล้ว นั่งสบาย ไม่อึดอัด เราสองคนประทับใจมาก

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-02

เมื่อมาถึง ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลากันแล้ว เราก็จะมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพัทลุง เพื่อความสะดวกในการเดินทาง สิ่งที่ขาดไม่ได้นั้นก็คือรถยนต์คู่ใจสักคัน ซึ่งครั้งนี้ ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้ใช้บริการรถเช่าของทาง AVIS Thailand อีกเช่นกัน เราสามารถรับและคืนรถจาก ท่าอากาศยานหาดใหญ่  ได้เลย สะดวกมากๆ

รถพร้อม คนพร้อม เดินทางได้ !!

สถานที่ 1 : VARNI Homestay หรือ VARNI CRAFT

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-03

หลังจากออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้เกือบ 2 ชั่วโมง หรือ ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร เราก็มาถึงที่พักกันแล้วครับ เราจะพักที่ VARNI CRAFT 3 วัน 2 คืนกันเลย

VARNI Homestay หรือ VARNI CRAFT เป็นทั้ง สถานที่พักโฮมสเตย์ และสถานที่ท่องเที่ยว ชุมชนเรียนรู้หัตถกรรมกระจูดวรรณี ของจังหวัดพัทลุง ที่มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาความรู้การนำกระจูด พืชน้ำที่มีอยู่ในพื้นถิ่น นำมาพัฒนาให้มีรูปแบบทันสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่จึงเป็นมากกว่าที่พัก เพราะเป็นแหล่งสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน มีของฝากมากมายให้เลือกไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า ตะกร้า เสื้อผ้า และของใช้ในบ้านอื่นๆ ในราคาที่ไม่แพง

ซึ่งในทุกๆวัน จะมีคนภายในพื้นที่ชุมชนมานั่งสานกระจูดในผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆให้เห็นกับตาอีกด้วย

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-04

เมื่อเช็คอินที่พัก และเดินดูงานหัตถกรรมกระจูดวรรณีเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาเอาของเก็บเข้าห้องพักกันแล้ว

เราได้เลือกห้องพักรูปแบบ Standard Twin Room ซึ่งเป็นแบบเตียงใหญ่ 1 เตียง และเตียงเดี่ยว 1 เตียง

ภายในห้องมีการออกแบบตกแต่งสไตล์ Vernacular หรือ สไตล์พื้นถิ่น ตัวหัวเตียง ฐานเตียง อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ของตกแต่ง รวมไปถึงโคมไฟ ได้นำกระจูดสานมาใช้ด้วยกันทั้งสิ้น ทำให้ได้กลิ่นอายของความเป็นพื้นถิ่นมากยิ่งขึ้น ห้องมีขนาดกว้างขวาง อุปกรณ์ครบครัน ดูโปร่งโล่งสบาย เมื่อเปิดห้องมาก็จะเจอกับบ่อน้ำ และสระว่ายน้ำอีกต่างหาก

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-05

มีบริการอาหารเช้าทุกวัน โดยรวมอยู่ในค่าห้องพักเรียบร้อย เราสามารถรับประทานได้ตั้งแต่ 7.30 น. – 12.00 น. โดยแจ้งพี่ๆ แล้วพี่จะจัดสำหรับอาหารให้ตามจำนวนคนที่พักในแต่ละห้องพัก บอกเลยว่าอาหารอร่อย และเยอะมากๆ เราสองคนมองตากันปริบๆแล้วพูดพร้อมกันว่า “จะกินยังไงให้หมดเนี่ย”

บริการของ VARNI Homestay ไม่ใช่แค่อาหารเช้า แต่ยังมีบริการขับรถนำทางไปดูแสงแรก และ วิถึการยกยอยักษ์ ที่ทะเลน้อย คุ้มเกินคุ้มจริงๆ ห้ามพลาด

Facebook : VARNI CRAFT
Tel : 087 760 9879
พิกัด : https://goo.gl/maps/2FiHTMHQNjqiM4hu5

สถานที่ 2 :  แกรนด์แคนยอน บ้านควนน้อย

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-06

เมื่อเก็บของเข้าที่พัก และพักเหนื่อยเป็นที่เรียบร้อย เราก็ได้เดินทางไปยัง แกรนด์แคนยอนบ้านควนน้อย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเช็คอินใหม่สำหรับจังหวัดพัทลุง มีทั้งวิวที่สวยงาม บรรยากาศดี มีมุมสำหรับผู้ที่รักการถ่ายรูปเท่ๆสวยๆเยอะเลย

โดยบรรยากาศของที่นี่ จะมีสันดินรูปทรงแปลกตาที่ล้อมรอบไปด้วย บ่อน้ำสีเขียวมรกต ทำให้กลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยวพัทลุง ที่อันซีนสุดๆ หลายๆคนอาจจะไม่ทราบว่าที่พัทลุงก็มีสถานที่สวยๆแบบนี้ด้วย ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงพื้นที่ แต่ก็ยังสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ตามปกติ บ่อน้ำสีเขียวมรกต ที่เราเห็นนั้นมีความลึกถึง 30 เมตรเลยทีเดียว ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ ระวังกันด้วย ส่วนใครที่พาลูกหลานไปดูแลบุตรหลานของท่านให้ดีด้วยนะ

พิกัด : https://goo.gl/maps/8FJeTa58s3eBmTm78

สถานที่ 3 : สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-07

ตกเย็น อากาศกำลังสบายๆ หลังจากเราได้เก็บภาพบรรยากาศที่ แกรนด์แคนยอน บ้านควนน้อย ได้อย่างสาสมใจแล้ว ก็ได้เดินทางต่อไปยัง สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือเรียกอีกชื่อว่า สะพานเอกชัย ตั้งอยู่ที่ทะเลน้อย เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึง 6 กิโลเมตรเลยทีเดียว

บริเวณสะพานจะมีจุดให้จอดพักรถ หรือ แวะถ่ายรูปเป็นระยะ บอกเลยว่าบรรยากาศยามเย็นดีมาก ลมแรง สดชื่นสุดๆ สองข้างทางจะเห็นทะเลน้อยสุดลูกหูลูกตา มีทั้งควายน้ำ และนกนานาพันธุ์ ที่สำคัญถ้าโชคดี อาจจะเห็นเหยี่ยวแดงบินไปมาให้ชมอีกต่างหาก

พิกัด : https://goo.gl/maps/ybqEbzzQeUJUfxTe9

Day 2 :

สถานที่ 4 : โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-08
Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-09

เช้าวันที่ 2 ตื่นมาพร้อมกับภารกิจส่งมอบความสุขให้น้องๆที่ โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว เราจึงดีดตัวขึ้น ทานอาหารเช้า แล้วเดินทางยังไปโรงเรียนทันที

โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว เป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่อยู่ลึกและห่างไกลออกไป มีนักเรียนทั้งหมด 37 คน ผู้ชาย 25 คน ผู้หญิง 12 คนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไปจนถึงประถมศึกษปีที่ 6 และมีคุณครูเพียง 5 คน

ที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่มี ผอ. ไม่มีนักการภารโรง ครูและนักเรียนโตๆ จึงต้องช่วยกันทำทุกอย่าง ทั้งทำความสะอาดโรงเรียน ล้างจาน ดูแลกันเองแบบครอบครัว

เด็กๆส่วนใหญ่เป็นเด็กในพื้นที่ ทุกคนเดินเท้าไปกลับโรงเรียนด้วยระยะทางมากกว่า 2 กิโลเมตร โดยจะมีพี่ๆคอยเดินไปส่งน้องๆในทุกๆวัน

เราได้ติดต่อกับทางคุณครูไว้ ก่อนที่จะเดินทางมาเป็นเวลาหลายเดือน เพราะเราเดินทางไปทำกิจกรรมกันเพียง 2 คน จึงต้องรบกวนคุณครูช่วยดำเนินกิจกรรมบ้างในบางส่วน

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-10
Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-11

เราเดินทางมาถึงโรงเรียนตามเวลานัด คือ 9.00 น. ก็เริ่มทำกิจกรรมแจกอุปกรณ์ที่จำเป็นกับการเรียน พร้อมแนบของเล่นและขนมเล็กๆน้อยๆไปด้วย พอเด็กๆได้รับของเป็นที่เรียบร้อย ก็ดำเนินกิจกรรมสนุกๆกันต่อ ทั้งเป่าลูกโป่ง เก้าอี้ดนตรี เต้นโชว์ ในทุกๆกิจกรรม เราก็จะมีของรางวัลแจก เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-12

พักเหนื่อยกันได้สักพัก ก็ให้เด็กๆทำกิจกรรมวาดภาพ ในหัวข้อ “โรงเรียนของฉัน” เด็กๆหลายคนตั้งใจวาดโรงเรียนในความฝันตัวเองอย่างมาก เมื่อวาดเสร็จก็ต่างเอาให้เราดู แล้วถามกับเราว่า “สวยไหม” แน่นอนอยู่แล้วคำตอบที่เราบอกกับเด็กไปนั้นก็คือ “สวยมาก” สวยในที่นี้อาจไม่ใช่ภาพวาดบนกระดาษ A4 ธรรมดาๆแผ่นนั้น แต่เป็น แววตาและรอยยิ้มของเด็กๆที่มาถามเรามากกว่า

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-13

หลังจากที่เด็กๆได้ทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน  ก็ได้เวลาเติมพลังด้วยอาหารกลางวันแสนพิเศษ

ต้องบอกก่อนกว่าปกติแล้ว ทางโรงเรียนจะจ้างแม่ครัวมาทำอาหารให้ทุกวัน โดยเมนูส่วนใหญ่นั้นจะเป็นอาหารพื้นถิ่นที่มีรสชาติค่อนข้างเผ็ด แต่ก็แปลกที่เด็กอายุเพียง 2-3 ขวบก็สามารถทานได้ หรือนั่นอาจจะเป็นเพราะเด็กๆที่นี่ เห็นถึงคุณค่าของทุกการให้ที่เขาได้รับ

โดยวันนี้เราได้ให้แม่ครัวทำ ข้าวหมกไก่ ไส้กรอก ผลไม้แอปเปิ้ล ตามด้วย ไอศคกรีมรสสตอเบอรี่และช็อคโกแลตชิพเป็นของหวานตบท้าย เด็กๆทานกันจนหมด บางคนรีบวิ่งเอามาให้ดูพร้อมประโยคที่พูดว่า “กินหมดแล้วนะครับ/ค่ะ” คำพูดเหล่านั้นอาจต้องการเพียงเพื่อแลกกับคำชมสั้นๆว่า “เก่งมาก” หลังจากจบประโยค เด็กๆต่างก็ยิ้มรับ แล้ววิ่งตามๆกันไป ณ จุดล้างจาน ซึ่งก็จะมีพี่ๆชั้น ป.5 ป.6 ทำหน้าที่ล้างจานให้น้องๆและเก็บกวาดขยะ

หลังมื้ออาหารกลางวันเสร็จสิ้น ภารกิจส่งมอบความสุขของพวกเราก็เช่นกัได้เวลาถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำที่แสนมีความสุขแล้วสินะ

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-14
Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-15

ต้องจากกันแล้วนะ ถ้ามีโอกาสเราจะกลับมาใหม่

ในหลายๆครั้งเรามักพยายามมองหาความรู้สึกที่ปลายทาง จนลืมไปว่าความรู้สึกระหว่างทางเป็นเช่นไร

การได้เข้ามามอบความสุขให้น้องๆที่โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียวนั้นเปรียบเสมือนการที่เราได้ย้อนอดีตพาตัวเองกลับไปปยังสมัยเด็กๆ แววตาอันสดใส รอยยิ้มที่จริงใจ ท่าทางที่สนุกสนาน และสิ่งเหล่านั้นแหละ คงเป็นคำตอบว่า การให้ที่แท้จริงมันสวยงามเพียงใด

นี่สินะ..ความสุขของการเป็นผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน

สถานที่ 5 : ล่องแก่งหนามมดแดง

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-16
Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-17

หลังจากที่เราได้ทำกิจกรรมกับเด็กๆเรียบร้อยแล้ว ก็ได้แวะทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ก่อนกลับที่พัก นั้นก็คือ ล่องแก่งหนามมดแดง ตั้งอยู่ที่ อ.ป่าพะยอม เป็นการพายเรือคายัค ลัดเลาะไปตามแก่งหิน ในลำห้วยน้ำใสตลอดความยาวกว่า 6 กิโลเมตร มีทั้งจุดที่น้ำแรง และจุดที่ผ่อนคลายลอยละล่องฟังเสียงน้ำไหลผ่านตัวเรือเบาๆ สำหรับใครที่กลัวว่าจะเกิดอันตราย ไม่ต้องกังวลเพราะล่องแก่งหนานมดแดง มีสตาฟผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลเราตลอด นอกจากจะมีกิจกรรมล่องแก่งแล้ว ที่นี่ยังมีที่พักและศูนย์อาหารให้บริการด้วยนะ เปิดให้ใช้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้า จนถึง 4 โมงเย็น ค่าบริการล่องแก่งอยู่ที่ท่านละ 200 บาท

พิกัด : https://goo.gl/maps/rTGRvxNxFpBo8Au5A

Day 3 :

สถานที่ 6 : ยกยอ คลองปากประ

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-18

สวัสดียามเช้าวันที่ 3 เวลา 5.20 น.

เรามีนัดกับพี่ มนัทพงศ์ เซ่งฮวด ผู้สานต่อโครงการ VARNI Homestay เพื่อจะขับรถนำเราไปยัง ท่าเรือปากประ พร้อมน้องๆมัคคุเทศก์อีก 4 คนที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน ชั้น ปวส.2 ที่คอยดูแลเราเป็นอย่างดีในการเข้าพักที่  VARNI Homestay

เมื่อมาถึงก็จะมีพี่ๆพาเรานั่งเรือยาวชมแสงแรกของพระอาทิตย์ยามเช้าท่ามกลาง  “ยอยักษ์” พร้อมทั้งได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่อีกด้วย ใช้เวลาในการชมทะเลน้อยทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง จะเป็นยังไง ไปดูกันเลย !

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-19
Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-20

สถานที่ 7 : ควายน้ำ ทะเลน้อย

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-21

หลังจากแสงแรกผ่านพ้นไป เราก็ได้นั่งเรือชมบรรยากาศรอบๆทะเลน้อย จนเห็น . . . ควายน้ำ

ควายน้ำ เป็นอีกไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาด แต่ต้องลุ้นกันเอาหน่อยว่าจะออกมาให้เราเห็นหรือไม่

ควายน้ำก็เหมือนควายทั่วไป ต่างตรงที่ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทั้ง 2 รูปแบบ คือ 1.หากินบนบกตามปกติทั่วไป และ 2.เวลาน้ำทะเลหนุนสูงหรือน้ำขึ้นควายน้ำสามารถว่ายน้ำไปกินพวกสายบัว ใบบัว หรือสาหร่ายแทนหญ้าบนบกได้

สถานที่ 8 : บึงบัวแดง ทะเลน้อย

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-22

นั่งเรือต่อมาอีกสักพัก ก็จะถึง ทุ่งบัวบัวแดง

ซึ่งตลอดทางเราจะเห็นบัวทั้งหมด 4 สายพันธุ์ นั้นคือ บัวหลวง บัวเผื่อน บัวบา และ “บัวสาย” ซึ่งสายพันธุ์บัวที่มีมากที่สุดในทะเลสาบแห่งนี้ ก็คือ บัวสาย หรือที่เรียกกันว่า บัวแดง นั้นเอง

เห็นบัวแดงสุดลูกหูลูกตา ถ่ายมุมไหนก็สวย . . . สายแล้ว กลับที่พักเก็บของ ไปลุยที่อื่นกันต่อดีกว่า

สถานที่ 9 : ป่าสาคู

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-23
Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-24

เวลาประมาณบ่ายโมง เราได้เดินมาทางถึง ป่าสาคู

“ป่าสาคู” ผู้สานต่อวัฒนธรรมผ้าย้อม เป็นอีกความรู้วิถีชุมชนของชาวพัทลุง ที่กำลังจะจางหายไปตามกาลเวลา ได้มีหญิงสาวคนนึงได้กลับมาสร้างและพัฒนาเพื่อไม่ให้วิถีเหล่านั้นได้หายไป

“น้องปลา” เป็นคนพัทลุงตั้งแต่กำเนิดที่จบการศึกษา ด้านแฟชั่น และทำ Thesis เกี่ยวกับการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ ด้วยความรักถิ่นกำเนิดทำให้หลังจากจบการศึกษาจึงกลับมาพัฒนา และสร้างคุณค่าให้แก่ชาวพัทลุง ปัจจุบันน้องปลาเปิดสอน Work Shop เล็กๆสำหรับ ผู้คนที่สนใจ นักเรียน นักศึกษา ทุกขั้นตอน

ใครที่ได้มาทำการ Work Shop ทางป่าสาคู มีบริการอาหารว่าง สาคูแท้ๆจากต้นพร้อมน้ำกะทิหอมๆ มีเบเกอรี่ Home made ฝีมือน้องสาวของน้องปลา และน้ำอัญชันมะนาว ให้รับประทานกันด้วย ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นวัตถุดิบทางธรรมชาติ 100%

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-25
Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-26

เราโชคดีมากๆ เพราะปกติป่าสาคู จะปิดช่วงวัน เสาร์-อาทิตย์ แต่น้องปลาให้ลิทธิพิเศษเราให้เข้าไปชมและทำการ Workshop เรียนรู้ขั้นตอนวิธีการย้อมสีจากธรรมชาติ ทั้งสอนและให้เราได้ลองทำจริง

โดยสาธิตจากหลายวัตถุดิบ โดยเลือกสิ่งที่ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม เป็นพืชที่ปลูก เกิดง่าย ร่วงหล่นตามธรรมชาติ และใช้ทดแทนกันได้

แต่สีที่ย้อมยากที่สุดนั้นก็คือ สีคราม ซึ่งเป็นสีชนิดพิเศษ ต้องใช้การเลี้ยงดู การให้อาหาร เช่น น้ำด่าง ปูนแดง มะขามเปือก ในทุกๆวัน เพื่อให้น้ำครามยังคงสีและเพิ่มความเข้มขึ้นเรื่อยๆ

น้องปลา ได้มอบประสบการณ์การพิเศษให้กับเรา 2 คนเป็นอย่างมาก นั่นคือ การชิม คราม ใช่มันคือการชิมครามหรือสีครามนั้นเอง มันสามารถชิมได้จริงๆนะ เพราะมันเป็นวัตถุดิบจาก ธรรมชาติ 100% รสชาติจะออกไปทางเค็มๆเพราะมีความเป็นด่างเยอะกว่ากรด แปลกดีเหมือนกันแต่ไม่แนะนำให้ลองชิมเองนะอาจเป็นอันตรายได้

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-27

นอกจากนั้น ป่าสาคู ยังมีหน้าร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ที่ “ตลาดป่าไผ่สร้างสุข” เดินเข้ามาประมาณ 300 เมตรก็ถึงแล้ว ร้านตั้งอยู่ทางขวามือ

ตลาดป่าไผ่สร้างสุข เป็นตลาดชุมชนที่ชาวพัทลุงจะนำของดีของตนเองมาวางขายกันในราคาที่ไม่แพง

ทางร้านป่าสาคู ขึ้นชื่อว่าเป็นผ้ารักษาผิว มีสินค้าน่ารักๆมากมาย อาทิ เสื้อผ้า ต่างหู ผ้าเช็ดหน้า กระเป๋า หรือแม้แต่แมสปิดปากที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ก็ตาม บอกก่อนเลยว่า ราคาไม่แพง แถมยังเป็นวัสดุจากธรรมชาติ 100% อีกด้วย ทั้งตัวผ้าฝ้ายและสีย้อมนั้นเอง

FACEBOOK FANPAGE : PASAGU

พิกัด : https://goo.gl/maps/UpE3iNAL6wueP4UH6

สถานที่ 10 : พิพิธภัณฑ์ วังเจ้าเมืองพัทลุง

Voluntourist-ทีมทัดสะนะศึกษา-28

และแล้วก็มาถึงสถานที่สุดท้ายสำหรับทริป 3 วัน 2 คืน แห่งเมืองพัทลุง

พิพิธภัณฑ์ วังเจ้าเมืองพัทลุง ภายในประกอบไปด้วยอาคารที่เป็น “วังเก่า” และ “วังใหม่” เป็นสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่ยังคงมีความสวยงามและสมบูรณ์มากๆแห่งหนึ่งของประเทศไทย  ตัวอาคาร “วังเก่า” เป็นเรือนไทยฝาแฝด ตรงกลางมีเฉลียงใหญ่ตามแบบฉบับเรือนไทยโบราณ ส่วนอาคาร “วังใหม่” จะเป็นอาคารปูนฉาบเรียบทาสีขาว ตั้งขนาบกับริมคลองลำปำ ทางพิพิธภัณฑ์วังเจ้าเมืองพัทลุง จะเก็บค่าบำรุงรักษาเพียงคนละ 10 บาท เท่านั้น ราคาแบบนี้ สถาปัตยกรรมสวยงามแบบนี้ คู่ควรแก่การมาเยี่ยมชมอย่างมาก เวลาเปิดให้เข้าชม พิพิธภัณฑ์วังเจ้าเมืองพัทลุง ตั้งแต่ 8.30 น. ถึง 16.30 น. อย่าลืมมาชมกันนะ

พิกัด : https://goo.gl/maps/CpF3BRT3o4AWKWY59

จบทริปเที่ยวจังหวัดพัทลุง 3 วัน 2 คืน

…………………………………………

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่จังหวัดพัทลุง จะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและเงียบสงบถึงเพียงนี้

ที่ได้ซ่อนความสวยงามไว้มากมาย จนหลายคนอาจมองข้ามไป

ซึ่งคงไม่ต่างจากมุมมองที่เรามักจะมองไม่เห็น นั้นก็คือ ความสวยงามที่เกิดจากการให้ การแบ่งปัน

ที่หลายต่อหลายคนทำหลุดมือไป จนลืมไปว่า สิ่งเหล่านั้นแหละ คือ ความสุขที่แท้จริง

ขอให้ ทัด สะ นะ ศึก ษา ได้เป็นส่วนหนึ่งที่คอยส่งมอบความสุขให้กับทุกคน

…………………………………………

บทเพลงประกอบวีดีโอ การให้ – เขียนไขและวานิช

…………………………………………

อยากให้ทุกคนก้าวเท้าออกมาลองเป็น ผู้ให้ ผู้แบ่งปัน
แล้วรอยยิ้มและความสุข ที่อยู่ตรงหน้าคุณ
. . . จะทำให้คุณสุขใจตลอดไป . . .

FACEBOOK FANPAGE : www.facebook.com/Tudsanasuksa/